The Ghost Radio เรื่อง ดินสอสี – คุณศร

5135

ดินสอสี – คุณศร

Loading...


เรื่องนี้เกิดขึ้นในโรงแรมแห่งนึงที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร เกิดขึ้นเมื่อ 6 ปีที่แล้ว หลังจากที่คุณศรออกจากวัดมา ก็ออกมาทำงานโรงแรม เริ่มจากสจ๊วตล้างจาน เป็นเด็กเสิร์ฟ เก็บประสบการณ์มาหลายปีก็ Active ตัวเองขึ้นมา ไปเรียนต่อ เรียนภาษาเพิ่มจนวันนึงคุณศรก็ได้ทำงานในตำแหน่งที่สูงขึ้น คือ เป็นผู้จัดการห้องอาหาร แล้วคุณศรก็ได้มาทำงานที่โรงแรมแห่งนี้ โรงแรมนี้เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว เป็นโรงแรมที่เก่า เปิดมาประมาณ 30 ปีละ หน้าที่ของตำแหน่งผู้จัดการห้องอาหารคือ คอยดูแลการบริการในห้องอาหาร กระจายงานให้น้องๆทำ

ด้วยความที่คุณศรอยู่ที่นี่มาได้ซักระยะนึงก็มีความสนิทสนมกับพนักงานคนอื่นๆ แล้วคุณศรก็สนิทกับพนักงานต่างด้าวคนนึงชื่อว่า ทีลอ ทีลอเป็นพนักงานตัวเตี้ยๆ หัวล้านๆ ดำๆ คุณศรก็จะชอบแกล้งเขา เพราะว่าทีลอเป็นคนที่น่ารัก และทีลอจะเรียกคุณศรว่าพี่ ไม่ได้เรียกหัวหน้าเหมือนคนอื่น ทีลอบอกว่าที่เรียกพี่ เพราะพี่อ้วน น่ารักดี แล้วเพื่อนร่วมแผนกคุณศรก็มีหลายแผนก ไม่ว่าจะเป็นแม่บ้าน เซลล์ ไนท์เมเนเจอร์ ซึ่งก็จะได้ทำงานร่วมกัน แต่ละคนก็อายุงานก็เยอะ บางคนอยู่ที่นี่ร่วม 10-20 ปี ซึ่งคุณศรเป็นคนมาใหม่ และเป็นวัยรุ่น อายุ 26 ปีกว่าๆ เขาก็จะมองว่าคุณศรเป็นเด็ก จะมีฝีมือซักเท่าไหร่ และก็จะไม่ค่อยได้รับความร่วมมือจากคนพวกนี้เท่าไหร่ ซึ่งเป็นความคิดของคุณศร ณ ตอนนั้น

. มีอยู่วันนึง คุณศรแสตนบายอยู่หน้าฟรอนท์ถึง 4 ทุ่ม รอไนท์เมเนเจอร์มา พอ 5 ทุ่ม ไนท์เมเนเจอร์มา คุณศรก็ขึ้นไปนอนบนห้อง ชั้น 6 แสตนด์บายโทรศัพท์ไว้รอรับตลอดเวลา เผื่อมีเคสอะไรก็จะลงไปแก้ปัญหา คุณศรก็นอนไปจนถึงเวลาเที่ยงคืน ก็มีพนักงานหน้าฟรอนท์โทรหาคุณศร บอกว่า SD ครับ คุยกับลูกค้าสายนี้หน่อยครับ พอดีลูกค้าเขาคอมเพลน คุณศรก็รับสาย ก็เป็นชาวต่างชาติ เขาพูดภาษาอังกฤษมาประมาณว่า เนี่ย ไอพักอยู่ห้อง 401 นะ แขกห้อง 402 เสียงดังมากเลย นอนไม่หลับ ไม่ทราบว่าเขาทะเลาะกันหรือเปล่า คุณศรก็บอกว่า โอเคครับ ใจเย็นๆครับ เดี๋ยวผมโทรไปให้ คุณศรก็โทรไปที่ห้อง 402 ก็มีเสียงผู้หญิงรับ สำเนียงภาษาอังกฤษน่าจะเป็นคนเอเชีย คุณศรก็บอกว่า ขอโทษนะครับ พอดีลูกค้าห้อง 401 บอกว่าคุณเสียงดัง รบกวนช่วยเบาเสียงหน่อยนะครับ เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนลูกค้าท่านอื่น แขกก็ตอบ โอเคๆ ซอรี่ๆ แล้วก็วางหูไป

หลังจากนั้น คุณศรนอนไป จนถึงเวลา ตี 1 ฟรอนท์ก็โทรหาคุณศรอีกบอกว่า SD ครับ ผมรบกวนลงมาที่หน้าฟรอนท์หน่อยครับ คุณศรก็ถามว่ามีอะไรหรอครับ ฟรอนท์ก็บอกว่า พอดีลูกค้าเขาอยากเจอครับ เขามีปัญหาที่จะคอมเพลนครับ คุณศรก็บอกให้ไนท์เมเนเจอร์ไปสิ ฟรอนท์บอกว่า ตอนนี้ไนท์เมเนเจอร์ไม่อยู่ครับ ไนท์เมเนเจอร์ไปเข้าห้องน้ำ ตอนนี้ลูกค้าต้องการจะเจอมาก คุณศรก็ถามว่า มีเรื่องอะไรมั๊ย รับไว้ก่อนได้มั๊ยครับ พอดีผมแต่งตัวไม่สุภาพและไม่อยากลงไป ฟรอนท์ก็ยืนยันว่ารบกวนให้คุณศรลงมาหน่อยคุณศรก็บอกไปว่า งั้นรอแปปนึง แล้วคุณศรก็ใส่เสื้อผ้าแล้วก็ลงไป

พอไปถึงก็ไปเจอลูกค้า ลูกค้าบอกว่า เขาพักอยู่ห้อง 401 ตอนนี้ลูกค้าห้อง 402 ยังเสียงดัง และเหมือนจะทะเลาะกัน พอคุณศรได้ยินแบบนั้น ก็เซ็งๆ และก็บ่นพนักงานว่า เรื่องแค่นี้ทำให้ต้องผมลงมา แค่คุณโทรไปบอกลูกค้าเองก็ได้ ฟรอนท์ก็บอกว่า ห้อง 402 มันเป็นห้องที่ไม่มีลูกค้า คุณศรก็บอกว่า ได้ยังไง เมื่อกี๋ผมก็ยังโทรบอกห้อง 402 ก็ยังมีคนรับอยู่เลย ฟรอนท์ก็บอกคุณศรว่า ไม่มีลูกค้าจริงๆครับ คุณศรบอกว่าไม่เชื่อ ก็ให้รูมบอยถามแม่บ้านว่า มีลูกค้าเข้าไปแล้วไม่ได้แจ้งฟรอนท์หรือเปล่า เพราะคุณศรคิดว่าอาจจะเป็นคนเก่าคนแก่ที่มีการโกงกัน หรือหน้าฟรอนท์กับแม่บ้านรู้กัน เก็บเงินสด แต่ไม่ลงในระบบ พอไนท์เมเนเจอร์มา ไนท์เมเนเจอร์ก็บอกว่า มันเป็นอย่างนั้นได้ยากครับ เพราะเรามีกล้องวงจรปิดตลอดเวลา ไม่มีใครกล้าทำแบบนั้นหรอก แต่ก่อนเคยมีจริง แต่ตอนนี้มัน
ไม่มีแล้ว

คุณศรก็เลยโทรไปที่ห้อง 402 ไม่มีคนรับสาย โทรไปรอบสอง ก็ไม่มีคนรับสาย แต่ลูกค้ายืนยันว่ามีลูกค้าจริงๆ คุณศรก็บอกว่าเดี๋ยวผมขึ้นไปดูให้ ระหว่างที่เดินไป ก็จะเดินผ่านห้อง 403 และ 402 คุณศรก็เห็นลูกค้าห้อง 403 ยืนอยู่หน้าห้อง ยืนโบกไม้โบกมือทำท่าทางเหมือนว่าห้อง 402 ทะเลาะกัน คุณศรเดินไปถึงห้อง 402 ก็ได้ยินมีผู้หญิง ผู้ชายทะเลาะกัน คุณศรก็เลยเคาะประตูและพูดว่า ขออนุญาตครับ ผมเป็นเจ้าหน้าที่โรงแรมนะครับ ข้างในมีอะไรป่าวครับ แล้วคนในห้องก็วิ่งมาที่หน้าประตูแล้วพูดว่า ซอรี่ๆ เดี๋ยวฉันจะหยุด คุณศรก็บอกว่า รบกวนลูกค้าเบาๆหน่อยนะครับ ไม่งั้นจะต้องเชิญออก พอลูกค้า 401 กับ 403 ได้ยินแบบนั้น ลูกค้าทั้ง 2 ห้องก็เข้าห้องไป คุณศรก็เดินกลับมาที่หน้าฟรอนท์ คุยกับไนท์เมเนเจอร์ว่า ห้อง 402 มีลูกค้า ผมว่าไม่แม่บ้านก็หน้าฟรอนท์เนี่ยแหละ ต้องมีอะไรแน่ๆ ไนท์บอก มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ คุณยังเด็ก คุณยังไม่รู้อะไร คุณเพิ่งมาอยู่ที่นี่คุณยังไม่รู้อะไร คุณศรก็คิดในใจว่าไนท์เมเนเจอร์คนนี้ไม่ให้เกียรติเราละ เหมือนว่าคุณศรไม่ใช่พวก พยายามจะกีดกันคุณศร

คุณศรยืนอยู่ตรงนั้นประมาณตี 2 ลูกค้าห้อง 401 เดินลงมาอีก เขาก็ทำท่าบอกว่า ไม่ไหวๆแล้วนอนไม่ได้ คุณศรบอกว่า งั้นเอางี้ ไนท์กับผมขึ้นไปดูกัน ไนท์ก็บอกว่าถ้าผมไปใครจะยืนอยู่หน้าฟรอนท์ คุณศรก็ขึ้นไปกับลูกค้าและวอเรียกรูมบอยไปด้วย พอขึ้นไปก็เจอแขกห้อง 403 ยืนอยู่หน้าห้อง คุณศรก็ถือคีย์การ์ดไปด้วย พอไปถึงหน้าห้อง 402 คุณศรก็ได้ยินเหมือนมีการต่อสู้กัน โครมครามๆ ผู้หญิงก็ร้องกรี๊ด ซักพักก็มีเสียงกระจกแตก คุณศรก็เคาะประตู และพูดว่า ขออนุญาตเปิดนะครับ แล้วคุณศรก็เสียบคีย์การ์ดเปิดประตูดันเข้าไป ปรากฏว่าในห้องเงียบสงบ ไม่มีใครพักอยู่ ผ้าปูเรียบร้อย พร้อมให้ลูกค้าเข้าอยู่ ทั้งหมด ที่อยู่ตรงนั้น มองหน้ากัน ไม่มีใครพูดอะไร รูมบอยเดินออก คุณศรเดินถอยหลังมา ลูกค้า 401 และ 403 เข้าห้อง คุณศรปิดประตู ทุกคนต่างแยกย้ายกันเดินออก

คุณศรก็เดินลงมาที่หน้าฟรอนท์ ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น ไนท์ก็บอกว่า นี่ไง ผมบอกแล้ว คุณอ่ะยังเด็ก คุณศรก็ถามว่า แสดงว่าไนท์รู้เรื่องหรอครับ ถึงไม่ขึ้นไป ไนท์บอกว่า ใช่ครับ ผมรู้ คุณว่าที่นี่มันเปิดมา 30 ปี คุณศรก็ถามว่า ที่นี่มีผีหรอครับ ไนท์ก็สวนกลับมาว่า แล้วที่ไหนไม่มีอ่ะครับ ผมก็ไม่กล้าบอกคุณ เพราะคุณเป็นวัยรุ่น คุณคงไม่เชื่อเรื่องพวกนี้หรอก คุณเป็นเด็กสมัยใหม่ คุณศรก็เลยบอกไปว่า ถ้าพี่บอกผมซักคำ ผมไม่ดื้อหรอก ทีหลังพี่มีข้อมูลอะไรพี่บอกผมเลย ตั้งแต่นั้นมาคุณศรก็สนิทกับไนท์เมเนเจอร์เลย แต่ด้วยการทำงานที่ไม่ค่อยได้เจอกัน เพราะไนท์จะเข้าดึกออกเช้า แล้วคุณศรก็จะเข้าหลังจากที่ไนท์กลับไปแล้ว จะได้เจอก็เฉพาะวันที่มี MOD (Manager On Duty) หลังจากนั้นคุณศรก็รู้ประวัติจากคุณนู้นคนนี้เล่าอีกเพียบเลย

ด้วยความที่คุณศรสนิทกับทีลอ ทีลอจะเป็นแผนกแม่บ้าน แล้วคุณศรกับแม่บ้านก็จะมีความสนิทสนมกัน แม่บ้านอายุเยอะก็จะมองคุณศรเป็นลูก คุณศรก็จะเรียกแม่บ้านว่าคุณแม่ แล้วคุณศรก็จะชอบไปแหย่ทีลอ ชอบใช้ทีลอทำนู่นทำนี่ให้ ทีนี้ทีลอเข้าบ่าย แล้ววันนั้นคุณศรเป็น MOD คุณศรก็คุยกับทีลอบอกว่า อยากกินก๋วยเตี๋ยวอ่ะ ทีลอไปได้มั๊ย ทีลอก็ไปซื้อก๋วยเตี๋ยวมาให้กิน แล้วคุณศรก็ถามทีลอว่าเคยเจออะไรมั๊ย เคยเจอเหตุการณ์แปลกๆอะไรมั๊ย ทีลอก็บอกว่า ผมไม่เคยเจออะไรหรอกครับ

จนผ่านไปตอนเช้า คุณศรก็เข้างานเช้าปกติ พอมาถึง หน้าฟรอนท์ก็รายงานว่า SD ครับ ฝากหน่อยนะครับ ห้อง 907 เป็นลูกค้าคนไทย เขาพักกับเรา 4 วัน ฝากดูแลหน่อยนะครับ เพราะว่าลูกค้าคนไทยค่อนข้างจะเรื่องเยอะ ถ้ามีปัญหาลูกค้าคนไทยก็จะไปเขียนคอมเพลน เดี๋ยวเราจะมีปัญหา หลังจากนั้นคุณศรก็บอกลูกน้องให้ดูแลห้องนี้ด้วย จนผ่านไปประมาณ 1-2 วัน คุณศรก็ทำงานปกติ ทีนี้แม่บ้านก็มาบอกว่า ห้อง 907 ปิดห้อง Do Not Disturb ไม่ให้แม่บ้านเข้าไปทำความสะอาดห้อง คุณศรก็ลงบันทึกไว้ให้พนักงานทุกคนทราบ ถ้าเขามีคอมเพลนว่า แม่บ้านไม่ไปทำห้องนี่ไม่ใช่นะ แล้วพอคุณศรลงไปที่ห้องอาหารก็ถามพนักงานว่าห้อง 907 ลงมากินข้าวบ้างมั๊ย พนักงานก็บอกว่าไม่เห็นเลยนะครับ

พอวันที่ 4 คุณศรก็เป็น MOD ก็ปฏิบัติหน้าที่ไปปกติ ทีลอก็อยู่เข้าบ่าย คุณศรก็แหย่ทีลอไปตามประสา ทีนี้ทีลอโทรมาหาคุณศรที่ห้องอาหารบอกว่า พี่ครับๆ คุณศรก็รับโทรศัพท์แล้วถามว่า ทีลอ มีอะไรหรอ ทีลอบอกว่า ลูกค้าห้อง 907 ขอหวี คุณศรก็แปลกใจว่าขอหวีไปทำอะไร คุณศรก็เลยถามทีลอกลับไปว่า จะขอหวีไปใช้เองหรือเปล่า ทีลอบอก ไม่ใช่ๆ ผมจะเอาให้ลูกค้า คุณศรก็บอกงั้นไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่โทรหาลูกค้าเอง คุณศรก็โทรไปห้อง 907 ก็มีผู้หญิงรับ คุณศรก็พูดว่า ขอโทษนะครับ คุณผู้หญิงครับ ผมโทรมาจากห้องอาหาร พอดีแผนกแม่บ้านเขาเป็นคนต่างด้าวผมไม่ทราบว่าเขาสื่อสารเข้าใจหรือเปล่า พอดีคุณผู้หญิงต้องการหวีใช่มั๊ยครับ ผู้หญิงตอบว่า ชั้นไม่ได้เอาหวี ชั้นจะเอาดินสอสี คุณศรก็บอกว่า อ่อ ได้ครับ ถ้าดินสอสีไม่มีเอาเป็นปากกาได้มั๊ยครับ ผู้หญิงก็บอกว่า ปากกาก็ได้ค่ะ

เวลา 21.45 น. คุณศรก็ให้ทีลอมาหาแล้วก็เดินไปที่ห้อง 907 ด้วยกัน คุณศรก็เคาะประตู คุณศรก็ได้ยินเสียงจากข้างในห้องบอกว่า เดี๋ยวนะคะ แล้วก็ได้ยินเสียงกดชักโครก ซักพักลูกค้าห้อง 907 ก็เปิดห้อง คุณศรก็เห็นเป็นผู้หญิงผมสั้น น่าจะกำลังแปรงฟันอยู่ คราบยาสีฟันเต็มปากเลย คุณศรก็บอกว่าดินสอสีไม่มีครับ เรามีแต่ปากกา คุณศรก็ยื่นปากกาไปให้ ลูกค้าก็บอกไม่เป็นไร ปากกาก็ได้ค่ะ เขาก็รับปากกาเข้าไปแล้วก็ปิดห้องไป พอ 5 ทุ่ม ไนท์เมเนเจอร์มา คุณศรก็บอกว่า เนี่ยลูกค้าห้อง 907 เขาไม่ได้ลงมากินอาหารนะ แล้วก็ไม่ได้ให้แม่บ้านเข้าไปทำห้องนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ถ้าเขา Check Out ตอนเช้า ถ้าเขามีการคอมเพลน ไนท์เมเนเจอร์รับเรื่องไว้ด้วยนะครับ

ไนท์เมเนเจอร์ก็บอก อ่ะ ไม่เป็นไร ถ้ามีอะไรเดี๋ยวผมรายงาน คุณศรก็ขึ้นมานอนตอน 5 ทุ่ม ผ่านไปยังไม่ถึงเที่ยงคืน ไนท์เมเนเจอร์ก็โทรมาบอกว่า SD ลงมาหาผมหน่อยสิ ผมมีเรื่องจะปรึกษาด้วย คุณศรก็บอกว่า มีอะไรคุยทางโทรศัพท์ก็ได้ แต่ไนท์เมเนเจอร์บอกว่า SD ต้องลงมาดู คุณศรก็ลงมา ไนท์เมเนเจอร์บอกว่า ห้อง 907 มันแปลกๆนะ คุณศรก็ถามว่าแปลกอะไร ก็ไม่แปลกอะไรนี่ครับ ไนท์พูดว่า SD ว่ามันไม่แปลกหรอ คุณศรก็บอก ก็ไม่แปลกอะไร ตอน 3 ทุ่ม 45 ผมยังเอาปากกาไปให้เขาเลย ไนท์ก็บอกว่า นั่นแหละยิ่งแปลก คุณศรก็ถามว่าทำไม ไนท์บอกว่า ไม่แปลกได้ไงครับ คนมาอยู่ 4 วัน ไม่ออกจากห้องเลย SD ว่าแปลกมั๊ย คุณศรก็บอกว่าก็เป็นสิทธิ์ของเค้า เขาจะอยู่บนห้องหรือจะลงไม่ลงมากินมันก็สิทธิ์ของเค้า เค้าก็จ่ายค่าห้องให้เราแล้วไม่ใช่หรอ ไนท์ก็บอกก็ใช่ครับ แต่ผมว่ามันไม่ปกตินะ

งั้น SD มาดูนี่ ที่หน้าฟรอนท์ก็จะมีกล้องวงจรปิดทั้งหมด ก็ดูตั้งแต่ตอนที่ลูกค้าเช็คอินตอนบ่าย 2 นั่งแท็กซี่มาลงหน้าโรงแรมเดินเข้ามาปกติ มีกระเป๋าใบนึงแล้วก็ขึ้นห้อง พอกรอภาพเร็วๆ ตั้งแต่เช็คอินเข้าห้องบ่าย 2 โมง 46 นาที จนถึงคุณศรเอาปากกาไปให้ จนถึงเที่ยงคืน ลูกค้าไม่ออกจากห้องเลยไนท์บอก ผมหนะครับ ประสบการณ์ที่นี่มานานผมรู้ แบบนี้ผิดปกติละ คุณศรก็บอกกับไนท์ว่า งั้นขึ้นไปห้องลูกค้ากัน คุณศร ไนท์ ทีลอ ก็เดินขึ้นไปกัน ระหว่างที่เดินไป ไนท์ก็วอหาช่างบอกว่า ช่าง เดี๋ยวช่างแสตนด์บายนะ เดี๋ยวผมโทรไปบอก พอไปถึงห้อง คุณศรก็จับตาแมวก็เย็นๆ แสดงว่ามีคนอยู่ข้างใน ไนท์บอกอ่ะ SD เอาคีย์การ์ดเปิดเข้าไปเลย พอเปิดดันประตูไปก็ติดโซ่ ไนท์บอกชัดละ โทรไม่รับ เคาะไม่เปิด ไนท์ก็วอบอกช่างให้เอาคีมตัดเหล็กขึ้นมาเลย วอหาแม่บ้าน เอาสเปร์ขึ้นมา พอช่างมาถึงก็เอาคีมตัดเหล็กตัดโซ่ เปิดเข้าไป ข้างประตูจะเป็นห้องน้ำ ด้านในจะเป็นเตียง พอเปิดเข้าไป กลิ่นอับมาเลย คุณศรก้าวขาเข้าไปก็เหยียบปากกาที่คุณศรเอาไปให้ คุณศรก็งงว่าทำไมปากกาอยู่หน้าห้องวะ

พอเดินเข้าไปในห้อง ก็เห็นขาผู้หญิงนอนอยู่บนโซฟา หน้าบวม ไนท์บอก ผมว่าแล้ว ไม่มีพลาด ตรงโต๊ะหัวเตียงที่วางโทรศัพท์มีข้อความลาตายแผ่นนึง แต่ตอนนั้นคุณศรยังไม่ได้อ่าน รู้สึกตกใจมากกว่า ทีลอนี่กลัวสุด ส่วนไนท์นี่นิ่งมากแล้วก็บอกทุกคนออกไปจากห้องก่อน คุณศรก็วางกุญแจไว้ที่หน้าโต๊ะกระจก คุณศรก็ถามไนท์ว่า ทำไงดีพี่ ไนท์ก็บอกว่า ก่อนอื่น โทรหาเจ้าของก่อน ว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ๆ ส่วนผมจะโทรหาตำรวจกับกู้ภัย พอคุณศรโทรไปหาเจ้าของ เจ้าของก็บอกว่า คุณทำไงก็ได้นะ อย่าให้มันเป็นข่าว อย่าให้แขกแตกตื่น คุณศรก็เดินมาปรึกษากับไนท์ว่าจะทำยังไงดี ไนท์ก็บอกแจ้งตำรวจให้ตำรวจเข้ามาแค่ 2 คนพอ ไม่ต้องเข้ามาเยอะ และก็ให้กู้ภัยเข้ามาแต่ไม่ต้องเปิดว๋อ ให้จอดรอหน้าโรงแรม ไนท์ก็บอกให้ลงไปรอที่ล็อบบี้ก่อน ปิดประตูห้องไว้ ไม่เกิน 15 นาทีตำรวจก็มาละ ตำรวจก็ถามนิดหน่อย แล้วคุณศรก็พาขึ้นไปที่ห้อง พอกู้ภัยมา คุณศรก็บอกว่า กู้ภัยใส่ชุดมาแบบนี้ไม่ได้ เปลี่ยนใส่ชุดธรรมดา กู้ภัยก็เดินขึ้นไป ถ่ายรูปที่เกิดเหตุ

ทีนี้ คุณศรก็ไปดูกระดาษที่เขียนข้อความลาตาย ข้อความถูกเขียนไว้ว่า ต้องขอโทษเจ้าของสถานที่ด้วย ที่ใช้ห้องแห่งนี้ เป็นสถานที่จบชีวิตตัวเอง แต่ก็ยังดีกว่าไปนอนตายข้างถนนให้คนอื่นสมเพศ เข้าใจถึงความรู้สึก ความเจ็บปวดของคนที่มันตัวเป็นภาระแล้ว ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ จะไม่ทำแบบนี้ แล้วก็ลงชื่อ นางสาว ชื่อ… นามสกุล … ทุกคนก็อ่านกัน คาดว่าสาเหตุก็น่าจะกินยาฆ่าตัวตาย และตั้งใจที่จะมาเปิดโรงแรมตาย คุณศรก็คุยกับกู้ภัยว่าจะเอาอะไรมากั้นตรงทางเดินนี้ เพื่อไม่ให้ลูกค้าเปิดมาเห็น ถ้ามาเราก็จะบอกว่าทำการดูดฝุ่น หรืออะไรก็ได้ แล้วให้ทางกู้ภัยรีบยกศพออกไปทางด้านหลังที่จะมีลิฟท์พนักงาน ทางกู้ภัยก็แบกศพกลับไป ทางลูกค้าก็ไม่มีใครเห็น ตำรวจก็กลับไป คุณศรก็ระดมแม่บ้านมาทำความสะอาด พอแม่บ้านทำความสะอาดเสร็จ ปูผ้า ปูเตียงใหม่ ก็ปิดประตูห้อง แล้วทุกคนก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเอง คุณศรก็ลงไปอยู่ที่ฟรอนท์

จนถึงเวลาตี 3 ก็มีแขกญี่ปุ่น เมากลับมา แล้ค่าแท็กซี่กับค่าที่ไปเที่ยวสถานบันเทิงไม่พอจ่าย เจ้าของบาร์ก็ตามมาด้วย ลูกค้าก็ต้องการจะมาเอาเงินที่เก็บไว้ในตู้นิรภัย คุณศรก็หากุญแจ แต่หาไม่เจอ และก็นึกขึ้นได้ว่า ลืมกุญแจไว้ในห้อง 907 ลืมไว้ตรงโต๊ะกระจก คุณศรก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยบอกทีลอ ไปเอากุญแจให้พี่หน่อย ทีลอก็สั่นหน้า ไม่ไป คุณศรก็บอก ทีลอ ซีเรียสนะเนี่ย ผมเป็นหัวหน้าคุณนะ ทีลอก็บอกว่า ตอนนี้ใครมาสั่งก็ไม่ไปหรอกพี่ คุณศรก็บอกจ้าง 200 ไปเอาให้หน่อย ทีลอก็บอกไม่ 300 ก็ไม่ 400 ก็ไม่ คุณศรก็บอก อ่ะ 500 ไปเอาให้หน่อย ทีลอก็บอกว่า อ่ะ ก็ได้ แต่พี่ต้องไปด้วยนะ คุณศรก็เดินไปกับทีลอ และตกลงกันว่า คุณศรจะไม่เข้าไป ทีลอก็บอกว่า พี่อย่าทิ้งผมนะ ถ้าพี่ทิ้งผมผมด่าพี่แน่ พอไปถึงหน้าห้อง ก็เสียบคีย์การ์ดดันประตูเข้าไป ไฟในห้องก็ติด ดันประตูสุด ก็เห็นกุญแจวางอยู่บนโต๊ะ ห่างประมาณ 6 ก้าว ทีลอก็หันมามองคุณศร แล้วก็เดินแบบตะแคงๆเข้าไป แล้วก็บอกว่า พี่อย่าทิ้งผม อย่าแกล้งผมนะ พอทีลอเดินเข้า ประตูที่คุณศรดันไว้อยู่ ประตูมันดีดกลับ แล้วประตูห้องปิด ทีลอที่อยู่ข้างในก็ร้องเสียงหลง ทีลอก็วิ่งมาดันประตู ด้วยความตกใจดันประตู แต่จริงๆคนข้างในต้องดึง คุณศรก็ดัน ทีลอก็ดัน แล้วก็ร้อง คุณศรก็บอก ทีลอตั้งสติ มึงต้องดึงเว้ยทีลอ ซักพักทีลอตั้งสติได้ถึงดึงประตู ประตูก็เปิดออกมา ทีลอก็ถือกุญแจอยู่ แล้วสิ่งที่คุณศรเห็นคือ หันไปตรงห้องน้ำ เสียงชักโครกมันกดเอง ทำให้คุณศรนึกไปถึงตอนที่เอาปากกามาให้ แล้วผู้หญิงบอกว่า เดี๋ยวๆ พอได้ยินเสียงกดชักโครก คุณศรกับทีลอก็รีบวิ่งออกมา ประตูก็ปิดเสียงดังไล่หลังมาเลย จนถึงตอนเช้าคุณศรกับทีลอก็แยกย้ายกลับไปนอน

พอตอนประมาณบ่าย 2 มีโทรศัพท์โทรมาหาคุณศร ตำรวจเชิญมาสอบปากคำหน่อย คุณศรก็กลับมาที่โรงแรม ตำรวจก็บอกว่า ไม่มีอะไรครับ แค่จะมาแจ้งว่า คนตายน่าจะเสียชีวิตมาประมาณ 48 ชั่วโมงแล้ว ตอนนี้ก็ติดทางญาติเขามารับแล้ว ทางตำรวจก็ให้คุณศรเล่าเหตุการณ์ว่าไปเจอได้ยังไง คุณศรก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดรวมถึงตอนที่โทรไปถามเขาว่าจะเอาดินสอสีแล้วก็เอาปากกาไปให้ ตำรวจก็เลยขอดูกล้องวงจรปิด ทางตำรวจก็ดูอยู่หลายรอบ แต่สิ่งที่น่าตกใจคือ คุณศรเดินไปกับทีลอจริง แต่ช่วงจังหวะที่ห้องเปิด มันมีแสงไฟจากห้องน้ำออกมา แต่ว่าคุณศรคุยกับอากาศ และคุณศรก็ยื่นปากกา ยื่นเสร็จ แล้วพอหันหลังปากกาก็ตก แต่ความรู้สึกของคุณศรตอนนั้น คือ ผู้หญิงคนนั้นรับปากกาไป ซึ่งทำให้ตอนที่เปิดประตูเข้าไปตอนที่ไปเจอศพ คุณศรถึงได้เหยียบปากกาเลย และจากผลที่ชันสูตร ผู้หญิงคนนี้เสียชีวิตไปแล้ว 48 ชั่วโมง แต่ตอน 3 ทุ่ม 45 ประตูมันเปิดออกมา ตำรวจก็บอกว่ามันแปลกนะ คุณศรก็รู้สึกขนลุก แต่ตำรวจก็ไม่แปลกใจอะไร

ผ่านไปอีก 2 วัน คุณศรก็เข้าประชุมปกติ แต่คุณศรก็แปลกใจทำไมถึงเห็นไนท์ เมเนเจอร์มา คุณศรก็ถามว่า ทำไมวันนี้พี่ยังไม่กลับบ้านอีก ไนท์ก็บอกว่า ก็เดี๋ยว SD ต้องอยู่ด้วยนะ พอดีญาติผู้เสียชีวิตมาจะขอพบเรา 2 คนหน่อย เขาจะคุย คุณศรก็รอ พอประมาณ 11 โมง ก็เข้าห้องประชุม ก็มี ผู้หญิง ผู้ชาย เด็กๆ 2 คน และคนแก่อีกคนนึง เขามาถึงเขาก็พูดว่า ก่อนอื่นผมขอโทษนะครับ ที่ครอบครัวผม มาทำสิ่งที่ไม่น่าทำที่นี่อีกครั้ง ผมอยากจะขอร้องว่าจะขอเข้าไปทำบุญที่ห้องนี้จะได้มั๊ย ซึ่งไนท์ บอกว่ามันเป็นเรื่องยาก เดี๋ยวแขกเขาจะสงสัย ไนท์ก็บอกว่า เดี๋ยวขอคุยกับเจ้าของก่อนแล้วเดี๋ยวจะติดต่อกลับไป

แต่ก็มีคำที่คุณศรติดใจจากญาติผู้ตาย คือ อีกครั้งนึง คุณศรก็ถามไนท์ว่ามันเคยเกิดอะไรขึ้นหรอ ไนท์ก็บอกว่า ถ้าพี่ให้ดูอะไร เองสัญญานะว่าจะไม่บอกใคร ห้ามพูดนะ ไม่งั้นจะตกงานกันหมดนะ ไนท์ก็พาคุณศรไปที่ห้องเจ้าของโรงแรม ตอนนั้นเจ้าของโรงแรมไม่อยู่ แล้วก็หยิบแฟ้มๆนึงมา ก็คือ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ห้องนี้เคยมีคนมากินยาฆ่าตัวตาย แล้วทุกอย่างถูกถ่ายรูปเก็บไว้ในแฟ้มหมดเลย ก็เป็นผู้หญิงมากินยาฆ่าตัวตาย แล้วก็เขียนจดหมายว่า ขออนุญาตนะคะ ที่มาใช้สถานที่นี้จบชีวิตตัวเอง เป้นคนที่สร้างมาทุกอย่าง แต่พอเราป่วยเป็นโรคร้าย กับใช้เงินรักษามาก ทำไมพี่ๆน้องๆที่เราปลุกปั้นมา ถึงมองว่าเราเป็นตัวภาระ งั้นขอจบชีวิตห่วยๆที่นี่ละกันนะคะ เงินก้อนนึงในกระเป๋าขอเป็นค่าทำศพละกัน ให้กับมูลนิธิ แล้วก็เอาศพไปทำแบบศพไร้ญาติได้เลย แล้วก็ลงชื่อ นางสาว … นามสกุล …. ซึ่งนามสกุลตรงกับนามสกุลของผู้หญิงที่ขอดินสอสี สรุปคือ 2 ปีที่แล้วคนที่กินยาตายคือ พี่สาวของเขา แล้วคนที่มาตายอีก 2 ปีต่อมา เป็นน้องสาว

แล้วคุณศรก็เลยได้คุยกับญาติผู้เสียชีวิต ญาติก็บอกว่า เขามีธุรกิจเสื้อผ้า แล้วให้น้องสาวมาช่วย น้องสาวก็พาครอบครัวเข้ามา แต่พี่สาวป่วยเป็นมะเร็ง เงินที่ต้องทำคีโมมันใช้เงินเยอะ แล้วทางร้านประสบปัญหาเรื่องเงินสะดุดด้วย น้องสาวก็พูดกระแทกแดกดันว่า จะรักษาก็ไม่หาย รักษาไปก็เปลืองตัง เอาเงินให้คนรุ่นหลานใช้ดีกว่า พี่สาวจึงเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจก็เลยมากินยาฆ่าตัวตาย และในจดหมายก็เขียนอีกว่า ถ้าไม่เจอกับตัวไม่รู้หรอก ถ้าเวรกรรมมีจริง ก็ขอให้เกิดขึ้นกับมัน พออีก 2 ปีต่อมา น้องสาวไปตรวจก็เจอเนื้อร้ายเหมือนกัน ก็หมดเงินรักษาเยอะมาก ในจดหมายถึงเขียนไว้ว่า เข้าใจถึงความเจ็บปวดแล้วว่า การเป็นภาระของใครซักคน ถูกมองว่าเป็นตัวปัญหามันมีความรู้สึกยังไง ไนท์เมเนเจอร์ก็บอกว่าห้ามบอกใครเด็ดขาดเลยนะ เรื่องราวทั้งหมดก็มีประมาณนี้

 

Loading...
Loading...

Facebook Comments

LEAVE A REPLY