The Ghost Radio เรื่อง สิ่งที่ผมเจอ – คุณบอล

5053

สิ่งที่ผมเจอ – คุณบอล

Loading...


เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ตอนนั้นคุณบอลเดินทางไปเยี่ยมญาติที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีษะเกษ แล้วที่บ้านของคุณบอลนั้นทำรีสอร์ทอยู่ที่ จ. ตราด แต่ก็มีเหตุที่จะต้องกลับ จ.ตราด กะทันหัน คุณบอลก็ต้องออกจาก อ.กันทรลักษ์ ตอนบ่าย บนรถมีกันอยู่ 2 คน มีคุณบอลและเพื่อนอีกคนนึง ในสมัย GPS ก็ยังไม่มี Iphone ก็ยังไม่มี แต่ก็จะมี GPS ตัวเล็กๆตัวนึงที่ชื่อ Garmin ในสมัยนั้น GPS จะชอบพาเข้าป่า ระบบการนำทางยังไม่ดีเท่าทุกวันนี้ คุณบอลก็ปักหมุดไปที่ ตราด เริ่มต้นจาก อ.กันทรลักษ์ เส้นทางที่ใกล้ที่สุดก็จะเลาะชายแดนประเทศเพื่อนบ้านมาเรื่อยๆ

คุณบอลก็ขับมาเรื่อยๆ ตาม GPS ไป โดยที่ไม่รู้ทางเลย พอมาถึงกลางทางแถว อ.ตาพระยา ตอนนั้นก็มืดแล้ว GPS ก็น็อคไป แล้วก็ขึ้นว่า กำลังคำนวณเส้นทางใหม่ แล้วก็จะให้ยูเทิร์นตามไป พอขับตามไปซักพัก GPS ก็แจ้งว่ากำลังคำนวณเส้นทางใหม่ ก็ให้ยูเทิร์นอีก เหมือนเครื่องมันรวนๆ แต่ตอนนั้นคุณบอลไม่มีที่พึ่ง แผนที่ก็ไม่มี เส้นทางก็ไม่รู้ ตอนนั้นเวลาก็เที่ยงคืนกว่าๆแล้ว จะไปถามใครก็ไม่ได้ คุณบอลก็เลยต้องขับตาม GPS ไปเรื่อยๆ และถ้าใครเคยขับรถไปตามชายแดน ก็จะมีด่านที่มีทหาร แต่ตอนกลางคืน ด่านไม่มีทหาร คุณบอลก็ขับผ่านไปตามทาง ผ่านด่านที่ 1 ผ่านด่านที่ 2 ไปไม่มีทหาร แต่พอมาถึงด่านที่ 3 ก็มีทหารวิ่งออกมา แล้วก็กระโปรงรถ และถามว่า ไปไหนๆ คุณบอลก็บอกว่า จะไปบ้านครับ จ.ตราด ทหารก็บอกว่า ไปไม่ได้ ทางนี้ไปไม่ได้ คุณบอลก็ถามว่าทำไมไปไม่ได้ ทหารบอกว่า ถ้าขับต่อไปเนี่ย จะเข้าเขมรแล้ว พอคุณบอลมาดูที่ GPS ในสมัยนั้น GPS มันจะพาไปทางที่สั้นที่สุดโดยไม่สนใจประเทศ ก็คือ จะพาเข้าเขมรและไปตราด ทีนี้ทหารก็เลยบอกให้คุณบอลยึดเส้นทางสายหลักสายนึง

พอขับมาได้ซักพักนึง GPS ก็บอกให้เลี้ยวซ้าย คุณบอลก็เลี้ยวตาม เวลานั้นเป็นเวลาตี 1 กว่า ทางที่เลี้ยวไปเป็นทางดิน เดินรถทางเดียว รถสวนไม่ได้ มองไปที่ GPS มันไม่ไกลแค่ประมาณ 150 เมตร เพื่อนคุณบอลนั้นเป็นคนโวยวาย ปากไว พอคุณบอลขับรถเข้าไปในทางดิน ฝั่งซ้ายขวาเป็นป่าสูงๆ เพื่อนก็บ่นไปด่าไป จนคุณบอลขับจนจะพ้นทางดิน GPS บอกมาแบบนั้น แต่ความจริงข้างหน้าเป็นทางตัน เป็นป่ากั้นอยู่ด้านหน้า ในตอนนั้นสิ่งที่ทำได้คือถอยหลังอย่างเดียว กลับรถก็ไม่ได้ คุณบอลก็เลยบอกให้เพื่อนลดกระจกลง ชะโงกหน้าออกไปมองให้หน่อยเพราะไฟท้ายมันมองไม่เห็น เพื่อนก็บ่น ด่า สภาพบ้านเมืองเขา

ระหว่างถอยเพื่อนก็บอกว่า ไอบอล หยุดๆๆ คุณบอลก็ถามว่า หยุดทำไม เพื่อนก็บอกว่า ก็บอกให้หยุดแล้วไง มึงไปชนคน แล้วคนตกใจวิ่งเข้าไปในป่าแล้ว แต่คุณบอลมั่นใจว่า ไม่มีการชนแน่นอน เพื่อนก็ยืนยันว่าชนแล้ววิ่งเข้าป่าไปแล้ว เพื่อนก็เลยลงไปดูตรงทางที่เขาวิ่ง แต่ก็ไม่เจอ ก็กลับขึ้นรถมา แล้วคุณบอลก็ขับรถถอยๆออกไป จนกระทั่งกลับมาทางหลักได้ คุณบอลก็ขับตามทางหลักไปเรื่อยๆ ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนมาถึงบริเวณ ต.ทุ่งขนาน ที่เรียกว่าทุ่งขนานเพราะเป็นทางที่ขนานกับชายแดนเขมร และถนนเส้นนี้ห่างจากประเทศเขมรไม่ถึงกิโล คุณบอลก็ขับไปๆ พอขับไปได้ซักพัก อยู่ดีๆเพื่อนคุณบอลก็เอียงเบาะนอน กำมือแน่น ด้วยความที่คุณบอลเป็นคนกลัวผีมาก พอเห็นอาการเพื่อนเป็นแบบนั้นก็รู้สึกกังวล พอขับต่อไปซักพัก จากเพื่อนที่นอนลงเฉยๆ เพื่อนก็นอนกำมือแล้วหันหน้ามาทางเรา แล้วมองตาเขม็ง ระหว่างทางก็จะมีไฟทางหลวงสีส้มๆ พอขับรถผ่านตรงที่มีหลอดไฟ ก็จะเห็นหน้าเพื่อน พอพ้นไฟไปหน้าเพื่อนก็จะมืด

ตอนแรกคุณบอลก็เห็นหน้าเพื่อนปกติ พอช็อตสุดท้าย คุณบอลเห็นเลือดสดๆออกจากปากเพื่อน คุณบอลเห็นแบบนั้นก็สติแตกเลย แต่โชคดีว่าตรงนั้นมีวัดอยู่วัดนึงแถวทุ่งขนาน คุณบอลเลยเลี้ยวรถเข้าไปในวัดก่อนเลย เวลานั้นประมาณตี 2 กว่า ด้วยความสติแตกและกลัว คุณบอลบีบแตรลั่นวัดเลย บีบรัว บีบค้างเลย ใครก็ได้ออกมาที ตอนนั้นคุณบอลก็ร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหล พอบีบแตรอยู่พักนึงก็มีพระรูปนึงออกมา ก็มาด่าคุณบอลแรงมาก พอคุณบอลเห็นพระ ก็รีบวิ่งไปกอดขาพระ และพูดว่า หลวงพ่อ ช่วยด้วยๆ เพื่อนผมเป็นไรไม่รู้ พูดไม่ได้ศัพท์ หลวงพ่อก็บอกใจเย็นๆโยม แล้วคุณบอลก็พาพระรูปนั้นมาหาเพื่อนที่รถ พระก็ส่องไฟฉายไปที่หน้าเพื่อน แล้วก็บอกว่า เพื่อนโยมไม่ได้ถูกผีสิงหรือผีเข้าหรอก แต่ว่าขวัญกระเจิง เดี๋ยวพาไปพักที่กุฏิอาตมา แล้วพรุ่งนี้อาตมาจะช่วย ณ ตอนนั้น อาการของเพื่อนนอนอยู่เฉยๆ นอนนิ่งๆ แต่ก็ยังมีรอยเลือดไหลออกจากมุมปาก นอนกำมือ ลืมตา ตาแข็ง คุณบอลก็พาเพื่อนไปที่กุฎิพระ กุฎิพระเป็นกุฎิ 2 ชั้น ข้างล่างเป็นใต้ถุน ข้างบนจะเป็นห้อง พระท่านจะจำวัดอยู่ในห้อง หน้าห้องจะเป็นลาน คุณบอลกับเพื่อนจะนอนอยู่หน้าห้องตรงลาน ซึ่งคุณบอลนอนอยู่ตรงนั้นก็จะเห็นรถ คุณบอลก็นอนมองรถ แต่เพื่อนนอนหันหลังให้รถ หันหลังให้คุณบอล

พอตอนเช้าหลวงพ่อก็ออกไปบิณฑบาต กลับมาหลวงพ่อก็เอาข้าวก้นบาตรให้เพื่อนอม เพื่อนคุณบอลอมข้าวได้ซักพัก ก็เหมือนได้สติขึ้นมา ตาจากที่ไม่มีโฟกัสก็เริ่มโฟกัสมามองคุณบอล แล้วเพื่อนก็เข้ามากอดคุณบอลและร้องไห้ ซึ่งตอนที่คุณบอลอุ้มเพื่อนไปนอนบนกุฏิพระ ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงเช้าเพื่อนนอนตาแข็งนอนกลัว นอนเกร็งทั้งคืน ตอนนั้นคุณบอลก็อยากจะพาเพื่อนไปโรงพยาบาล แต่คุณบอลก็กลัว ขับรถไม่่ไหว แต่ก็เลือกที่จะอยู่ต่อ ตรงนี้มีพระ แล้วพระท่านก็รับปากไว้ว่าเช้าแล้วเดี๋ยวจะช่วย และท่านก็ช่วยได้จริงๆหลังจากที่อมข้าวจากพระ

ทีนี้คุณบอลก็ถามว่า เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ทำไมเรื่องราวมันถึงเป็นแบบนี้ เพื่อนก็เลยเล่าให้ฟังว่า บอลจำได้มั๊ย ตอนที่บอลถอยรถไปชนคนหนะ มันชนจริงๆนะ แล้วคนๆนั้นก็วิ่งเข้าป่า คุณบอลก็บอกโอเคๆผมเชื่อ แต่ในใจคุณบอลไม่เชื่อหรอก แล้วเพื่อนก็พูดต่อว่า จำได้มั๊ยตอนที่ขับรถเข้ามาตรงทุ่งขนานมันจะมีโค้งซ้าย โค้งขวา เพื่อนเห็นผู้หญิงคนนั้นที่วิ่งเข้าป่ายืนอยู่ตรงหัวโค้ง ทุกโค้งที่เลี้ยว เพื่อนถึงเอียงเบาะลงมานอน พอเอียงเบาะลงมาเพื่อนก็ไม่เห็น แต่เพื่อนก็ไปเห็นอีกทีเป็นเงาในกระจกฝั่งขวา ผู้หญิงคนนั้นยืนมองเพื่อนด้วยความโกรธ เพื่อนก็บอกว่า ก็อยากจะบอกว่าเจออะไร แต่ถ้าบอกไปคุณบอลสติแตกแน่ ก็เลยมองแบบตาแข็งๆ และสุดท้ายเพื่อนกลัวจนกัดปากตัวเองจนเลือดออก และตอนที่เข้ามานอนบนกุฏิพระ ที่เพื่อนไม่ยอมมองรถ ก็เพราะว่า เพื่อนหันมามองที่รถแล้วเห็นผู้หญิงคนเดิมยืนเหยียบฝากระโปรงรถแล้วชี้หน้า เพื่อนเลยหันหลัง

แล้วพระท่านก็บอกว่า ผู้หญิงคนนี้มีเวรมีกรรมกับโยมจริงๆ อาตมาเห็นตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว อาตมาก็พิจารณาแล้วว่าเป็นเวรเป็นกรรมต่อกัน ซึ่งตอนแรกคุณบอลก็คิดว่าที่เพื่อนเห็นผู้หญิงคนนั้นเพราะตอนที่อยู่ในรถ เพื่อนไปด่าประเทศเพื่อนบ้าน จะไปอยู่อย่างงี้ได้ยังไง คุณบอลก็คิดว่าเป็นเพราะเหตุนี้ แต่จริงๆแล้ว มี Part 2 เพราะอะไร เพื่อนถึงไปเจอแบบนั้น

อ่านต่อ Part 2  เรื่อง บทสรุป สิ่งที่ผมเจอ – คุณบอล

Loading...
Loading...
Facebook Comments

LEAVE A REPLY