The Ghost Radio เรื่อง บทสรุป สิ่งที่ผมเจอ – คุณบอล

6264

บทสรุป สิ่งที่ผมเจอ – คุณบอล

Loading...


ใครยังไม่ได้อ่านภาคแรก กดเข้าไปอ่านเรื่อง เรื่อง สิ่งที่ผมเจอ-คุณบอล ก่อนนะครับ เดี๋ยวจะอ่านเรื่องนี้ไม่รู้เรื่อง 

                หลังจากที่เพื่อนคุณบอลได้สติ ตอนนั้นก็เป็นเวลาสายๆ แล้ว คุณบอลกับเพื่อนก็กราบลาหลวงพ่อ แล้วก็กลับไปที่จ.ตราด พอกลับไปจ.ตราด ระหว่างทางก็ต้องผ่านหลายๆจุด และก็จะมีอยู่จุดนึงก็จะต้องแวะเติมน้ำมัน คุณบอลก็ขับรถเข้าปั๊มแวะเติมน้ำมันตามปกติ คุณบอลกับเพื่อนก็ไปเข้าห้องน้ำ คุณบอลเข้าเสร็จก่อนก็เข้ามารอในรถ เพื่อนก็ตามออกมา แต่ยังไม่ขึ้นรถ คุณบอลก็สงสัยว่าทำไมเพื่อนถึงไม่ขึ้นรถ คุณบอลก็ลงไปถามว่าเป็นไรหรือเปล่า เพื่อนก็บอกไม่เป็นไรๆ แล้วก็ขึ้นรถกันมา

กลับไปถึงจ.ตราดช่วงบ่ายๆ ทีนี้คุณบอลต้องไปทำเรื่องที่มันเกิดขึ้น เพราะมีเหตุฉุกเฉินที่รีสอร์ทของที่บ้านแล้วคุณบอลต้องไปดำเนินการ จนกระทั่งเสร็จธุระ ก็กลับมาที่บ้านพักที่จ.ตราดเวลาค่ำๆ รีสอร์ทของที่บ้านคุณบอล ที่อยู่ในตัวเมือง เป็นตึกนอน ตรงปากทางเป็นตึก 2 ชั้นจะเป็นบ้านพักของครอบครัวคุณบอล พอไปถึงคุณบอลก็จอดรถเอาของขึ้นไปเก็บชั้น 2 กับเพื่อน ระหว่างที่กำลังเก็บของได้ยินเสียงเหมือนคนทำอะไรอยุ่ที่ห้องครัว คุณบอลก็คิดว่าแม่คงกลับมาจากกันทรลักษ์แล้ว เพราะว่าแม่จะตามมาอีกวันนึง คุณบอลก็เดินลงมาเปิดประตูห้องครัว จังหวะที่คุณบอลเปิดประตูห้องครัว ประตูหน้าบ้านก็เปิด แม่ก็เห็นว่าคุณบอลเปิดห้องครัว ก็เลยถามว่า หิวหรอลูก คุณบอลก็หันไปมองแม่แล้วก็หันมามองห้องครัว ห้องครัวไม่มีคน

ระหว่างที่คุณบอลกำลังงงๆ เพื่อนก็วิ่งลงตะโกนถามว่า ใครเป็นอะไรๆ คุณบอลก็ถามใครเป็นอะไรหละ ไม่เห็นมีใครเป็นอะไรเลย ตอนนั้นทุกคนก็งงว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อนก็บอก โอเค ไม่เป็นไรๆ แล้วก็พากันออกไปกินข้าวข้างนอกกัน พอไปทานข้าวข้างนอกกลับมา คืนนั้นก็นอนกันที่รีสอร์ท ชั้น 2 ก็จะมีห้อง ส่วนห้องคุณบอลจะเป็นห้อง 2 เตียง ปกติคุณบอลจะนอนกับน้องชาย แต่วันนั้นน้องไม่อยู่ เพื่อนคุณบอลก็เลยมานอนกับคุณบอล เพื่อนนอนอยู่ที่เตียงซ้าย คุณบอลอยู่เตียงขวา ระหว่างที่คุณบอลกำลังวางแผนการทำงานว่าวันถัดไปต้องทำอะไร ต้องไปที่ไหน อยู่ๆเพื่อนก็ลุกขึ้นมาจากเตียงชะโงกหน้ามามองหน้าคุณบอล คุณบอลก็คิดว่า เอาอีกละ แต่เพื่อนก็บอกว่า ไม่มีอะไรๆ แล้วก็เดินไปตรงหน้าต่าง พอเดินไปถึงหน้าต่าง คุณบอลก็เห็นว่าเพื่อนเหมือนสะดุ้ง แล้วก็กลับมานั่งที่โต๊ะ ตอนนั้นคุณบอลก็คิดแต่เรื่องการจัดแผนงาน เพื่อที่จะไม่คิดมาก อย่างน้อยก็อุ่นใจว่าอยู่ในบ้าน ที่มีพ่อ แม่ มีพระ ไม่เหมือนเมื่อคืนที่อยู่ในรถ รถที่ไม่ได้เจิม ไม่มีพระ ซักพักเพื่อนก็ลงมานอน

ผ่านไปไม่นาน เพื่อนก็ลุกขึ้นมาชะโงกหน้ามามองคุณบอลอีกครั้ง และก็เดินไปที่หน้าต่างเหมือนเดิม เป็นอย่างนี้อยู่ 3-4 รอบ จนคุณบอลไม่ทำงานแล้ว ไม่อยากสนใจอะไร ก็ปิดไฟแล้วนอน ระหว่างที่นอน คุณบอลก็นอนสวดมนต์ธรรมดา จนกระทั่งหลับไป อีกวันนึง คุณบอลก็กลับมากทม.กลับมาพร้อมกับเพื่อน ทีนี้พอกลับมาที่คอนโด ห้องคุณบอลอยู่ชั้น 5 เป็นห้อง 501 502 เจาะทะลุกัน พอคุณบอลมาที่คอนโดกับเพื่อน เข้าลิฟท์กดลิฟท์ไปที่ชั้น 5 สมัยเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ตัวคอนโดอ่ะใหม่ แต่ลิฟท์มันเก่า แล้วลิฟท์ก็ขึ้นไปชั้น 2 ลิฟท์ก็เปิด ชั้น 3 ก็เปิด ชั้น 4 ก็เปิด ลิฟท์เปิดไล่ทุกชั้นๆ พอถึงชั้น 5 คุณบอลก็เดินออกมาแล้วก็เข้าห้องไป แต่เพื่อนยืนอยู่หน้าลิฟท์ ไม่เข้าห้อง อาการเหมือนเดิม ยืนกำมือ แต่ตาไม่จ้องเขม็งละ ยืนกำมือแน่นๆ กัดฟัน แล้วก็วิ่งจับมือคุณบอลเข้าลิฟท์และกดชั้น 1 แล้วเพื่อนก็บอกว่าไปที่ไหนก็ได้

คุณบอลก็คิดว่าอาการเพื่อนไม่ดีตั้งแต่เมื่อวานแล้ว คุณบอลก็บอกเพื่อนว่าพรุ่งนี้เราไปทำบุญกัน แต่เพื่อนบอกว่า ไม่ต้องพรุ่งนี้หรอก คืนนี้เลยที่ไหนก็ได้ คุณบอลก็เลยนึกถึงวัดๆนึงที่สามารถทำบุญกลางคืนได้ คุณบอลก็ไปบริจาคโลงศพ ทำบุญที่วัดนั้น พอกลับมาที่คอนโด จอดรถที่ลานจอดรถ เพื่อนลงจากรถ ชะโงกหน้าขึ้นไปมองแล้วก็กลับเข้ามาในรถบอกว่า ไม่เอา ไม่นอนที่นี่ เพื่อนก็บอกว่า คืนนี้ไปนอนที่บ้านของเพื่อนที่ดาวคะนอง

ความสัมพันธ์ของคุณบอลกับเพื่อนคนนี้อารมณ์ประมาณว่า เพื่อน กูรักมึงหวะ ตัวเพื่อนเองก็มีแฟนเป็นผู้หญิง คุณบอลก็มีแฟน แต่ว่า คุณบอลกับเพื่อนสนิทกันมาก หลังจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดที่คุณบอลเล่ามาประมาณเดือนสองเดือน ทางฝั่งผู้หญิงของเพื่อนเริ่มระแคะระคาย เริ่มไม่สบายใจ ที่จะให้แฟนเขามาหาคุณบอล ระหว่างนั้นคุณบอลก็มีโครงการที่จะไปทำงานที่เยอรมัน ก็เลยทำให้ความสัมพันธ์ของคุณบอลและเพื่อนห่างๆกันไป แต่ก็จบกันด้วยดี

จนกระทั่ง 3 ปีที่แล้ว คุณบอลก็ได้มาเจอกับเพื่อนทางเฟสบุ๊ค ก็เลยได้คุยกัน ว่าเคยเกิดเรื่องนี้หนิที่เกิดขึ้นเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ก็เลยเป็นเหตุที่ทำให้คุณบอลไปเล่าที่ The Shock เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตอนที่เล่าที่ The Shock คุณบอลก็คิดว่าน่าจะจบแล้วที่เพื่อนไปปากเสีย เลยทำให้ไปเจอ ผู้หญิงที่คาดว่าน่าจะเป็นผู้หญิงเขมร แต่ความจริงมันไม่ใช่เลย

คุณบอลเพิ่งกลับมาอยู่ไทยเมื่อปีที่แล้ว ก็เลยนัดเจอกับเพื่อนคนนี้ เพื่อนอยู่ที่จ.จันทบุรีอยู่แล้ว เพื่อนมีโรงแรมอยู่ที่จันทบุรี และก็มีรีสอร์ทอยู่ที่ตราดใกล้ๆกลับรีสอร์ทของคุณบอล คุณบอลก็ไปหาเพื่อนที่โรงแรมที่จันบุรี ก็คุยกันเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้น ว่าไม่น่าไปปากเสียเลย ไม่งั้นก็ไม่เจอ เพื่อนก็พูดสวนขึ้นมาว่า มึงคิดว่ากูปากเสียหรอ ที่กูเจออ่ะ คุณบอลก็บอกเออดิ เพื่อนบอกไม่ใช่ เดี๋ยวกูจะเล่าอะไรให้มึงฟัง

เพื่อนบอกกับคุณบอลว่า หลังจากที่คุณบอลไปทำงานที่ต่างประเทศ หลังจากนั้นมา เขาก็คบๆเลิกๆกับผู้หญิงมาตลอด โดยที่สาเหตุก็มีหลายอย่างเช่น ผู้หญิงทนไม่ได้ ทนความแปลกๆของเพื่อนไม่ได้ แบบที่คุณบอลเจอ แต่ตัวคุณบอลไปอยู่ต่างประเทศก็ไม่เจออะไรแล้ว ตอนที่เพื่อนคบกับแฟน ก็มีทั้ง เพื่อนเจอบ้าง แฟนเจอบ้าง จนกระทั่งเพื่อนมีความรู้สึกว่า มันต้องมีสาเหตุ เพื่อนก็ไปหาดูหมอ ดูดวง หาพระ ก็ยังหาสาเหตุไม่เจอ จนเพื่อนนึงขึ้นได้ว่า ตอนที่เขาอาการดีขึ้นเพราะหลวงพ่อที่วัดแถวๆทุ่งขนาน เพื่อนก็เลยย้อนกลับไปหาหลวงพ่อ

พอกลับไปหาหลวงพ่อ หลวงพ่อก็เทศนาให้ฟัง สอนนู่นนี่นั่น จนหลวงพ่อพูดมาคำนึงว่า แรงกรรม แรงอาฆาต แรงสัญญา มันหนักนัก ทำอะไรต้องคิดดีๆนะทีหลัง พอเพื่อนได้ยินคำนี้ ก็นึกถึงตอนที่ตัวเองอายุ 17-18 สมัยเป็นวัยรุ่น เพื่อนคบกับผู้หญิงคนนึง แล้วก็ไปเที่ยวนู่นเที่ยวนี่ แต่ผู้หญิงเป็นคนขี้ระแวง เขาก็ชอบสาบาน สัญญาอะไรไปเรื่อยเปื่อย แต่ที่สำคัญคือเพื่อนเคยไปที่ศาลหลักเมืองแห่งนึงใกล้ๆกรุงเทพ และศักด์สิทธิ์มากๆ แล้วผู้หญิงคนนี้คึกคะนองให้จุดธูปสาบานกันว่า จะรักกันคนเดียวใจเดียวตลอดไป และหลังจากนั้นมาไม่นานก็เลิกกัน

พอเลิกกันผู้หญิงรับไม่ได้ ก็เลยกินยาฆ่าตัวตายที่จ.จันทบุรี แต่ผู้หญิงไม่ตาย สามารถเข้าไปล้างท้องได้ทัน วันถัดมาหลังจากที่ล้างท้องออกมา ผู้หญิงก็ซึมไปจนทำให้พ่อแม่แล้วก็พี่ที่อยู่ที่จ.สระแก้วขับรถกลับมารับผู้หญิงเพื่อที่จะพากลับไปอยู่บ้าน พ่อแม่ก็โกรธ ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น พ่อแม่เขาก็โกรธเพื่อนคุณบอล ระหว่างขับรถกลับ พี่ชายของผู้หญิงก็เป็นคนขับ พ่อนั่งข้างคนขับ รถไม่มีแค็ป แม่กับผู้หญิงนั่งอยู่ท้ายรถ แล้วระหว่างทางจากจันทบุรีไปสระแก้วก็ต้องกลับทางเดียวกับทางที่คุณบอลจะไปตราด และก็ต้องผ่านทุ่งขนาน แล้วรถของผู้หญิงคนนั้นก็ไปประสานงานชนกับรถอีกคันนึง จนทำให้ผู้หญิงกระเด็นออกไปฝั่งนึง แม่กระเด็นไปอีกฝั่งนึง ผู้หญิงที่เป็นแฟนเพื่อนคุณบอลรอด แต่แม่ที่กระเด็นเข้าป่าคอหักเสียชีวิต ไปพบศพแม่เสียชีวิตจุดเดียวกับที่คุณบอลถอยหลังชนผู้หญิงที่เพื่อนคุณบอลเห็น นั่นคือจุดเริ่มต้น

และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเพื่อนก็เห็นคุณแม่คนนี้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นที่กระจกที่ทำหน้าโกรธ ยืนอยู่บนกระโปรงรถชี้หน้า แล้วคุณบอลก็ถามว่า แล้วตอนที่กลับไปถึงรีสอร์ทหละ จำได้มั๊ย ตรงปั้มน้ำมันอ่ะ เพื่อนก็เล่าให้ฟังว่า เขาเห็นผู้หญิงนั่งอยู่ข้างหลังคนขับ แล้วก็เอียงตัวออกมาแล้วก็ชี้หน้าเขาอยู่ที่ปั๊มน้ำมัน เขาถึงไม่กล้าเข้ารถ แล้วก็ที่บ้านที่คุณบอลลงมาดูที่ห้องทำครัว เพื่อนอยู่ในห้องนอน ได้ยินเสียงกรี๊ดๆๆ ข้างล่าง เพื่อนก็คิดว่าแม่คุณบอลล้ม ก็เลยวิ่งมาดูและถามว่าใครเป็นอะไรๆ แต่ลงมาไม่มีใครกรี๊ด ไม่มีใครเป็นอะไร และตอนที่คุณบอลกำลังวางแผนงาน เพื่อนเห็นหางตา คุณบอลนั้นเป็นคนผมสั้น แต่เพื่อนเห็นว่าคุณบอลนั้นผมยาว เพื่อนก็เลยชะโงกหน้ามามองว่าใช่คุณบอลมั๊ย แล้วพอเขาเห็นว่าเป็นคุณบอลก็เลยเดินไปตรงหน้าต่างเพื่อที่จะมองวิวคลายเครียด แต่ที่เพื่อนสะดุ้งก็เพราะว่าเพื่อนยังเห็นผู้หญิงคนนั้นยืนชี้หน้าอยู่ที่กระโปรงรถ

แล้วคุณบอลก็ถามว่าแล้วทุกวันนี้ยังเจออยู่มั๊ย คือถ้ายังเจออยู่ จะได้กลับไปนอนบ้าน เพื่อนก็บอกว่า ไม่เจอมาประมาณปี 2 ปีแล้ว เพราะว่าเขากลับไปที่วัดนั้นแล้วพระอาจารย์บอกว่า กรรมนี้มันไม่ได้เป็นกรรมตรงกับโยม มันเป็นแรงอาฆาตของฝั่งนั้น เพราะฉะนั้นโยมไปห้ามเข้าไม่ได้หรอก สิ่งที่โยมทำได้คือ ให้นึกถึง เกลือ 1 กำมือใส่ลงไปในแก้วน้ำ 1 แก้ว เราแผ่เมตตาน้อย ความเค็มมันก็ยังอยู่ แต่ถ้าเกลือ 1 กำมือใส่ไปในตุ่ม ถามว่าเกลือหายไปมั๊ย เกลือมันไม่ได้หายไปไหน แต่ความเค็มมันไม่ส่งผล พระอาจารย์เลยให้เพื่อนคุณบอลแผ่เมตตาไปเรื่อยๆ อย่าหยุด ให้เหมือนเป็นน้ำบริสุทธิ์ 1 ตุ่มที่คอยเจือจางความเค็มของเกลือกำนั้น

นี่ก็น่าจะเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเพื่อนคุณบอลถึงจำไม่ได้ว่าเป็นแม่ของผู้หญิงคนนั้น แต่พอมาได้ยินคำพระที่ท่านพูดถึงเรื่องเวรกรรม หรือเรื่องอะไรที่เคยทำมา เหตุการณ์แรกที่เพื่อนนึกถึงก็คือเหตุการณ์กับแฟนเก่าคนนี้ซึ่งไม่ได้เป็นกรรมกับแฟนเก่าโดยตรง เป็นเหมือนความอาฆาตของแม่แทนลูกสาวตัวเอง แต่ทุกวันนี้ผู้หญิงที่เป็นแฟนเก่าของเพื่อนก็ยังมีชีวิตอยู่ มีครอบครัวปกติแล้ว

ส่วนเพื่อนของคุณบอลคนนี้ ถ้าใครเคยได้ฟังเรื่องของดีเจท่านนึง( ดีเจ ม.)ที่เจอผีที่เชียงใหม่ที่เล่าใน The Shock แฟนของดีเจคนนั้นที่เจอผีเนี่ย คือเพื่อนคุณบอลคนนี้

และคุณบอลก็ได้ทิ้งท้ายไว้ว่า ถ้าย้อนไปตอนต้นที่บอกว่ามีเหตุเกิดขึ้นที่รีสอร์ทต้องขึ้นโรงพัก คือมันมีเหตุทำร้ายกัน และเรื่องจะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าไม่มีเพื่อนคุณบอลคนนี้ไปอยู่ตรงนั้น

Loading...
Loading...

 

Facebook Comments

LEAVE A REPLY