The Ghost Radio รัก แลก นรก – ป้าแมว | อุทธาหรณ์เกี่ยวกับการเล่นของ

4525

รัก แลก นรก – ป้าแมว

Loading...

เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อสมัย 30-40 ปีก่อน ในตอนนั้นก็จะมีพวกตำหนักที่ทำของทำเสน่ห์กันเยอะมาก และเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของหลานเขยของป้าแมว ที่ชื่อว่า พี่ปรีชา เมียของพี่ปรีชา และก็มีน้องผู้หญิงอีกคนนึง หลังจาก
ที่ 2 คนผัวเมียก็อยู่กันดีๆ แต่พี่ปรีชาในตอนนั้นก็จะติดลุคเพล์บอยหน่อยๆ หญิงก็เยอะ เจ้าชู้นิดๆ และก็มีโอกาสได้ไปพัวพันกับน้องผู้หญิงคนนี้ คือตอนนั้นได้ไปสัมนาและก็ไปมีความสัมพันธ์กันในชั่วคืนนึง แต่พี่ปรีชาก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่ทางฝ่ายผู้หญิงนี่ปักใจ และตามพี่ปรีชาอยู่ตลอด

การตามของน้องเขาลักษณะก็คือ ทุกครั้งที่พี่ปรีชาไปไหน ก็จะบังเอิญเจอน้องคนนี้ทุกที่ แต่ไปในลักษณะที่เหมือนน้องบังเอิญมาทำธุระแถวนี้ วันนี้มีนัดลูกค้าที่นี่ แต่พอบังเอิญบ่อยๆขึ้น พี่ปรีชาก็เริ่มที่จะรู้ตัวว่ามันไม่บังเอิญแล้วเนี่ย เหมือนเขาตามตลอดจนกระทั่งเมียพี่ปรีชารู้ ทางพ่อแม่ของพี่ปรีชาก็เรียกพี่ปรีชามาว่า รู้มั๊ยเนี่ย ทำให้เมียช้ำใจเนี่ย เมียก็กำลังท้องอยู่ด้วย พอพี่ปรีชาโดนพ่อแม่ด่าก็คิดจะเลิก แต่ว่า น้องผู้หญิงนั้นไม่ยอมที่จะเลิก ตามมาเจอพี่ปรีชาตลอด จนครั้งที่หนักที่สุดก็คือ ไปเจอกันบนอำเภอ ไปทำธุระอะไรซักอย่าง แล้วน้องผู้หญิงก็มาแสดงตัวว่า เขาเนี่ยนะ เป็นแฟนอีกคนนึงของพี่ปรีชา เมียของพี่ปรีชาก็ร้องไห้ลงอำเภอไปเลย

ครั้งที่ 2 ที่เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นโรงพักไปเลย คือ น้องผู้หญิงไปตามเจอ โดยที่ตอนนั้นพี่ปรีชาและเมียไปที่ๆนึงด้วยกัน น้องผู้หญิงก็หึง เลยขับรถชนรถของพี่ปรีชาพังเลย เมียพี่ปรีชาก็ไม่ยอม ไปแจ้งความเป็นเรื่องเป็นราว พ่อแม่น้องผู้หญิงก็ต้องมาขอโทษขอโพยกัน และก็ว่ากันไปตามคดีความ และอีกครั้งนึงน้องผู้หญิงก็มาจอดรถที่หน้าบ้านของพี่ปรีชา และก็บีบแตรเรียกอยู่แบบนั้น จนกระทั่ง เมียพี่ปรีชาทนไม่ได้ ขาดสติ คว้าปืนพ่อ เดินไปที่รถผู้หญิง และเอาปืนจ่อไปที่น้องผู้หญิงและพูดว่า ถ้ามึงยังไม่เลิกคุกคามกู กูฆ่ามึงแน่ พี่ปรีชาก็เลยบอกว่าเดี๋ยวคืนนี้ จะไปกับเขา จะไปพูดตกลงกันให้เรียบร้อย จะไม่ให้มีเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นอีก แล้วพี่ปรีชาก็ไปกับน้องคนนั้นพอตอนเช้า พี่ปรีชาก็กลับบ้านมา แต่พี่ปรีชาไม่ได้กลับมาอยู่กับเมีย แต่กลับมาขนของจะไปอยู่กับน้องผู้หญิง เมียพี่ปรีชาก็อึ้ง และถามว่า ทำไมมันกลับตาลปัตรแบบนั้นอ่ะ พี่ปรีชาก็ไม่พูดอะไร เก็บข้าวของได้ก็ไปเลย ไปอยู่กับน้องผู้หญิง

หลังจากนั้น พ่อแม่ของพี่ปรีชาก็ไปตามลูกกลับ แต่พี่ปรีชาก็ไม่กลับ พ่อแม่ก็นึกถึงคุณตาท่านนึง ที่ชื่อ ตาหลวง เพราะว่าเขาก็ลือกันไปแล้วว่า ผู้ชายน่าจะโดนของ หน้าตาดูไม่ได้เลย อยู่กับน้องผู้หญิงทั้งวันไม่ไปไหนเลย และช่วงนั้น ตาหลวงแกจะนั่งศีลสมาธิที่กระท่อมในสวนลำใยของบ้านแก โดยที่เวลาที่ตาหลวงมานั่งศีลสมาธิก็จะปลีกวิเวกอยู่ที่นี่ เป็นอาทิตย์ สองอาทิตย์ พอพ่อแม่พี่ปรีชาไปหา ก็เล่าเรื่องให้ฟังว่าเป็นแบบนี้นะๆ ตาหลวงก็เลยถามวันเดือนปีเกิดของพี่ปรีชาและเมียพี่ปรีชา พอเอามาดู ตาหลวงก็บอกว่า สงสัยต้องเลิกสมาธิกลางคันละ ไว้ค่อยมาต่อใหม่ เพราะดูแล้ว ดวงตกทั้งคู่ แต่แกบอกว่า วันนี้เมื่อรืนนี้ยังไปไม่ได้ อีก 3 วันถึงจะไปได้ และก็แนะนำทางพ่อแม่ของพี่ปรีชาว่า ให้ทำแบบนี้นะ มันจะบรรเทาและเบาบางไป

โดยที่ตาหลวงบอกว่า ให้พ่อทำยังไงก็ได้ให้เรียกลูกกลับมาบ้านให้ได้ แล้วทำยังไงก็ได้ ให้ลูกชายหมดสติ ตาหลวงก็ไม่ได้บอกให้ไปทุบไปตีอะไร แต่ให้คิดเอาเองว่าทำยังไงก็ได้ให้ลูกชายหมดสติ แล้วให้แม่กับเมีย ลองดูสิว่า ภายในตัวของพี่ปรีชาเนี่ย มีอะไรที่แขวน ที่ใส่แล้วผิดปกติในตัว เมียก็บอกว่า ไม่มีนะ เพราะพี่ปรีชาไม่ติดสร้อย ไม่ติดแหวน ไม่ติดนาฬิกา ดูแล้วไม่มี ตาหลวงก็บอกว่า งั้นดูบนหัว บนผม แบบนี้น่าจะโดนของต่ำมา ถ้าเจอ ให้พ่อโกนหัวล้างผมล้างหัวให้เรียบร้อยเลย แล้วก็ให้แม่ เอาผ้าถุงที่แม่ใส่คลุมหัวตั้งแต่หัวจนถึงเท้าเลย แล้วก็ให้พูดคำๆนึง ตาหลวงก็บอกทุกๆคนไปแบบนี้

พอกลับมา พ่อก็คิดอยู่นานว่าจะทำไงดีว๊า ที่จะล่อมันมาได้ เพราะผู้หญิงไม่ปล่อยออกมาเลย สุดท้ายพ่อก็โทรเรียกพี่ปรีชา บอกว่า ขอตัวพี่ปรีชามานอนที่บ้านคืนนึง เพราะดูลักษณะแล้ว พี่ปรีชาคงไม่กลับมาบ้านละ ก็จะแบ่งเงิน แบ่งที่แบ่งอะไรที่เคยๆพูดไว้ให้ไปเลย ต้องออกอุบายไปแนวๆนี้เลย ผู้หญิงก็ยอมปล่อยพี่ปรีชาออกมา พอพี่ปรีชากลับมาถึงบ้าน พ่อก็ชวนลูกกินเหล้า แล้วก็คุยกับลูกแบบเปิดอก 2 คนพ่อลูก มีอะไรคุยให้หมด กินไปๆ แต่ตัวพ่อนั้นไม่กินเท่าไหร่ จนกระทั่งดึกๆ พี่ปรีชาก็เมา หงาบเงิบไปเลย พอพี่ปรีชาหมดสติ พ่อก็ดูตามตัวพี่ปรีชา ในประเป๋า ในกระเป๋าตัง หาของที่ตาหลวงแนะนำมา แต่ก็ไม่เจอ พอไม่เจอ แม่ก็บอกว่า งั้นก็บนหัวแบบที่ตาว่า แม่ก็ใช้หวีที่ใช้สางเหา พอหวี ก็หล่นลงมาเป็นขนในที่ลับ คือผู้หญิงใช้ขนในที่ลับของตัวเอง ตัดเป็นเส้นย่อยๆ แล้วโรยตอนกลางคืนตอนที่พี่ปรีชานอน ในวันนั้นที่พี่ปรีชาบอกจะไปตกลงกับน้องผู้หญิง พอเจอสิ่งที่ผิดปกติแล้ว พ่อก็จับพี่ปรีชาโกนหัวคืนนั้นเลย พี่ปรีชาก็ขัดขืนนิดหน่อย ตามประสาคนเมา แล้วแม่ก็เอาผ้าถุงมาครอบหัวลูก แล้วก็บอกว่า ขอให้สิ่งอัปมงคลที่มาอยู่กับลูกแม่ให้มันหายไป

เช้ามา พี่ปรีชาก็งัวเงียตื่นมา พ่อก็อธิบายให้ฟัง ทำไมพ่อถึงต้องทำ แม่ถึงต้องทำ พี่ปรีชาก็มีสติคืนมา พี่ปรีชาก็นับถือคุณตามากที่สุด ทั้งกลัวทั้งนับถือเลย พ่อก็บอกว่า ตาหลวงแนะนำมานะ ถ้าเสร็จเรื่องนี้แล้วเนี่ย ให้ไปต่างจังหวัด และบวชเลย บวชล้างซวยบวชให้พ่อให้แม่อะไรก็ได้ วันนั้นพี่ปรีชาก็ไปเลย ทางน้องผู้หญิงก็ใจเย็น ว่าผัวไปตกลงเรื่องทรัพย์สิน จะได้อะไรมามั่ง จนกระทั่ง ผัวไม่กลับมา

จนผ่านไป 3 วัน ตาหลวงก็มา และก็เตรียมของที่แกทำเกี่ยวกับพิธีต่างๆ แกก็จะมีย่ามอยู่ใบนึง ในย่ามมีถุงเล็กๆเป็นถุงที่ใส่ กระดูก มีดหมอ ตะปูที่ทำพิธี พอตาหลวงมาถึงบ้านอาจารย์ เวลาตอนนั้นก็โพล้เพล้ละ ตาหลวงก็เดินเข้าบ้านมา พอเดินถึงโรงรถ คุณตาก็หยุดเลย แล้วก็หันหน้าไปทางรถ ซึ่งผู้ติดตามของตาหลวงก็บอกว่า ในรถของพี่ปรีชามีผู้หญิงนั่งอยู่ ไม่เห็นเป็นรูปร่าง แต่เห็นเป็นผู้หญิง แล้วก็มีเด็กตัวเล็กๆ ไต่ประตูขึ้นลงเล่นอยู่แบบนั้น พ่อแม่ของพี่ปรีชาก็รออยู่บนบ้าน แต่รออยู่นาน ทำไมตาไม่ขึ้นบ้านมาซักที พ่อแม่ก็เดินลงมากัน แต่ตาหลวงก็ยกมือ บอกให้หยุดอยู่ตรงนั้นไม่ต้องมา แล้วท่านก็ล้วงเข้าไปในย่ามเอาสายสินญ์และเดินไปที่รถ และท่องบทสวดคาถา โดยที่เอาสายสินญ์มัดที่กระจกมองหลัง เดินอ้อมมาหลังรถ และเดินไปที่กระจกมองหลังอีกข้างนึง เพื่อที่จะมัด แต่ช่วงที่ท่านกำลังเดินอ้อม ผู้หญิงก็อุ้มเด็กออกมายืนนอกรถละ แสยะยิ้ม ตาก็ท่องบทสวดไปเรื่อย

ขณะที่ตาเดินอ้อมรถ ผีตัวนี้ก็วิ่งเข้าใส่เมียพี่ปรีชา เมียพี่ประชาก็ผงะ แล้วก็ล้มลง พอเงยขึ้นมาอีกที สายตาไม่มีแววแล้ว เมียพี่ปรีชาที่โดนผีเข้าร่าง ก็เอามือจับคอเสื้อเชิ๊ตที่แกใส่ กระชากจนกระดุมหลุดหมดเลย แล้วก็กระชากเสื้อยกทรงออกหมด โดยที่ท่อนบนไม่ใส่อะไรเลย แล้วก็วิ่งเข้าหาตาหลวง โดยที่ใช้ตัวเมียพี่ปรีชาเป็นสื่อ ตาหลวงก็ชี้นิ้ว แล้วก็บอกคนติดตามที่ชื่อ สิงห์ ว่า ไอสิงห์ พอสิงห์รู้ตัวก็ดึงผ้าขาวม้า ที่เอว คล้องตัวเมียพี่ปรีชาเอาไว้ แล้วก็ดึงเข้ามาหาตัว เมียพี่ปรีชาก็ดิ้นและกรีดร้อง ทั้งตีนกระทืบ ทั้งหงายหัวเพื่อที่จะให้หัวกระแทกหน้าของสิงห์ แต่กระแทกไม่ถึง เพราะสิงห์นั้นตัวใหญ่ หัวของเมียพี่ปรีชาจึงทำได้แค่กระแทกหน้าอกของสิงห์

ทีนี้ตาหลวงก็เดินเข้าไปในรถ ท่านก็มองหาสิ่งที่ผิดแปลกไป และท่านก็เห็นตรงกระจกมองหลัง เห็นเป็นเศษกระดูก 2 ชิ้น พันด้วยเส้นผมทั้ง 2 ชิ้น ตาหลวงก็ทำพิธี ใช้มีดหมอตัด เก็บเศษกระดูกใส่ถุง และก็ทำพิธีจนเสร็จ พอทำพิธีเสร็จเมียพี่ปรีชาก็ทรุดลงเลย แล้วก็อุ้มเมียพี่ปรีชาเข้าบ้านไป ตาหลวงก็ถือถุงที่เก็บกระดูก แล้วก็เดินมาบอกพ่อแม่ว่า ตาไม่ขึ้นบ้านแล้วนะ ต้องกลับไปจัดการไอตัวนี้ก่อน เท่าที่ดูเนี่ย ดุไม่เบาเลย แล้วตาก็ขอตัวกลับ แล้วตาก็กลับไปที่กระท่อมในสวนลำใย พอไปถึงก็เอา ถุงที่ใส่กระดูกวางไว้บนโต๊ะ แล้วก็บริกรรมคาถาสิงห์ก็นั่งอยู่ข้างๆ พักเดียว ท่านก็เห็นเป็น ผู้หญิงคนนึงใส่ผ้าถุง ใส่เสื้อสีเทา ไม่มีแขน มัดผมลวกๆ ยืนถือเชือกอยู่อันนึง อีกมือก็เช็ดน้ำตาไป ปากขมุบขมิบเหมือนด่าอะไรซักอย่าง แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ยืนนิ่งอยู่ซักพักนึง เหมือนตัดใจ และเดินไปที่ต้นไม้ และที่ตาหลวงตกใจคือผู้หญิงคนนั้นตั้งท้องอยู่ด้วย แล้วผู้หญิงก็เอาเชือกไปคล้องที่ต้นไม้แล้วก็ผูกคอตาย ตาหลวงเห็นแบบนั้นก็แผ่แมตตาให้ด้วยความสังเวช แล้วก็บอกว่า อย่างงี้กูก็ไม่ทำอะไรมึงแล้วนะ เพราะเท่าที่ดูเนี่ย มีทั้งเศร้า มีทั้งวิบากกรรม แถมยังโดนคนใจบาปจับมาขังให้ทำแบบนี้อีก จะปล่อยแล้วก็คืนคนทำไป ตาก็ทำพิธีจนถึงเช้า จนเสร็จ

เช้ามา ตาหลวงก็บอกกับทางพ่อแม่ของเมียพี่ปรีชา บอกว่า ท่านทำพิธีเรียบร้อยแล้วนะ แล้วทางบ้านของเมียพี่ปรีชาก็ถามว่า ผู้หญิงที่มารุกรานเนี่ย เราจะต้องทำพิธีอะไรมั๊ย ตาหลวงก็บอกว่า เท่าที่ดูวันเดือนนปีเกิด ทั้ง 3 คนแล้ว ตัวพี่ปรีชาและเมีย ก็จะพ้นเคราะห์อยู่แล้ว แต่ผู้หญิงคนนี้ คงอีกไม่นาน

พอกลับมาที่น้องผู้หญิง พอน้องผู้หญิงหาพี่ปรีชาไม่เจอ ก็เหมือนจะเป็นบ้าไปเลย นั่งกัดเล็บตัวเองจนเล็บไม่เหลือ นั่งปุ๊ปจะเอานิ้วใส่ปากทันที กัดอยู่อย่างนั้น อยู่ในห้องแม่ของเขาก็จะได้ยินเสียง หัวเราะบ้าง ร้องไห้บ้างสลับกัน พอแม่ไปเรียก น้องผู้หญิงก็จะบอก ไม่เป็นไรแม่ ไม่ต้องมายุ่งกับหนู ลักษณะการแต่งตัวก็ผิดเพื้ยนไป จนครั้งที่หนักที่สุด ช่วงนั้นพี่ปรีชาก็บวชกลับมาแล้ว ก็มาอยู่กับลูกกลับเมีย พี่ปรีชาก็พาครอบครัวไปนั่งกินข้าวที่ร้านอาหารที่นึง ไม่รู้ว่าน้องผู้หญิงมาเห็นโดยบังเอิญหรือว่าขับตามมา น้องผู้หญิงก็จอดรถลงรถมาในสภาพที่กระเซอะกระเซิง ร้องเท้าก็ไม่ใส่ ใส่เสื้อก็กลับด้าน หมดสภาพของผู้หญิงที่เคยสวยไปเลย แล้วน้องผู้หญิงเข้ามาก็ชี้โต๊ะพี่ปรีชาเลยว่า เนี่ย โต๊ะผัวพี่ เนี่ย โต๊ะผัวพี่ พวกพนักงานในร้านก็มาดึงเอาไว้ แต่น้องเขาก็ดิ้นๆและก็พูดว่า เนี่ย โต๊ะผัวพี่ ผัวขา ออกมาหาเมียหน่อย แล้วก็นั่งลง ดิ้นอยู่หน้าร้าน และก็เปิดกระโปรง กางเกงในก็ไม่ใส่ แล้วก็ใช้มือตบที่หว่างขาแล้วก็บอกว่า เมียไปฝังตะกรุดมาแล้วนะ ผัวจะต้องรักต้องหลง แล้วก็หัวเราะ

ซักพัก น้องผู้หญิงก็วิ่งไปที่ท่าน้ำแถวๆนั้น ไต่ขึ้นไปยืนบนหัวเสา แล้วก็ตะโกนว่า ถ้าผัวไม่รักเมียแล้วว เมียก็จะกระโดดน้ำตาย แล้วก็กระโดดเลย พวกพนักงานก็กระโดดตามไปช่วยกันขึ้นมาอย่างทุลักทุเล จนสุดท้าย น้องผู้หญิงคนนี้ก็ขับรถไปชนท้ายรถสิบล้อบาดเจ็บ แต่ยังไม่เสียชีวิต แล้วคนขับและคนที่นั่งอยู่บนรถสิบล้อ ก็จะพูดอย่างเดียวว่า ห่วงผู้หญิงกับเด็กที่นั่งมาด้วยจะดีกว่า แต่จริงๆแล้วมีแค่น้องผู้หญิงขับมาคนเดียว พอน้องไปอยู่ที่โรงพยาบาลก็เป็นอัมพาต ขยับไม่ได้เลย ได้แต่กรอกลูกตา และน้ำตาก็จะไกลอยู่ตลอดและพูดได้อย่างเดียวคือ ไก๋ๆ แม่ถามกินข้าวมั๊ย ก็ ไก๋ๆ (ไก๋ๆ ภาษาพม่า หมายถึง ผู้นำศาสนาหรือผู้นำสำนัก) เป็นอย่างนั้นอยู่ซัก 2-3 วัน แม่ของน้องเขาก็มาบอกพ่อแม่ของพี่ปรีชาว่า น้องคงจะไม่ไหวละ เพราะไม่กินข้าวเลย จึงมาขอให้ทางนี้ไปหา และอโหสิให้ ให้มันจบกันไป ให้น้องไปดี

ทางฝั่งพี่ปรีชาก็ไปกันหมด พ่อแม่ก็บอก ก็อโหสิ ให้น้องเขา ไม่ถือโทษโกรธอะไร ขอให้หนูหายวันหายคืน พอพ่อแม่ของพี่ปรีชาออกมา พี่ปรีชาและเมียพี่ปรีชาก็เดินเข้าไป แต่เมียเดินพ้นประตูก็ร้องจ๊ากแล้วก็วิ่งออกมาเลย ไปยืนสั่นอยู่หน้าเคาท์เตอร์พยาบาลพยาบาลก็ถามว่าเป็นอะไร พี่ปรีชาก็เดินมาโอบเมีย บอกว่าไม่มีอะไร แล้วก็พาออกไปข้างนอก พอถามเมียว่าเห็นอะไร เมียก็เล่าให้ฟังว่า พอพ้นประตูไป ภาพที่เห็นบนเตียงคือ น้องผู้หญิงนอนอยู่บนเตียง แล้วก็มีเด็กนั่งที่หน้าอก 2 เท้าเหยียบที่แขนไว้ มือก็กดเล่นอยู่ที่คอ ส่วนตัวแม่ ยืนอยู่ข้างเตียง ทุบแขน ทุบคอ ทุบหน้า ตีแขน ตีขา เมียพี่ปรีชาถึงได้จ๊ากแล้ววิ่งออกมา พี่ปรีชาก็คิดว่า คงเป็นวิบากกรรม สุดท้าย พี่ปรีชาก็เดินเข้าไป บอกอโหสิให้เขา ส่วนเมียพี่ปรีชาก็ยืนอยู่ข้างนอก แล้วก็ตะโกนเข้าไปว่า พี่ไม่ได้ถือโทษโกรธอะไรเธอแล้วนะ ขออโหสิให้ทุกอย่าง แล้วก็มีอีกอย่างนึงที่แม่ของน้องให้ดู คือ ตรงท้องของน้อง มีแต่รอยฟันกัดเล็กๆ และในคืนนั้น ตอนตี 3 น้องก็เสียชีวิตไป แต่ก็ไม่รู้ว่า หลังจากที่น้องเสียชีวิตไปแล้ว จะเจอวิบากกรรมอะไรบ้าง เพราะสิ่งที่น้องทำไว้กับคนอื่นนั้นก็ค่อนข้างที่จะแรงอยู่เหมือนกัน

สุดท้ายแล้วเรื่องนี้ก็เป็นอุทธาหรณ์ได้ดีเลย อันดับแรกเลย เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าผู้ชายไม่คิดนอกใจไปมีผู้หญิงอื่น ส่วนผู้หญิงก็ขาดสติ ที่ไปทำของใส่แบบนั้น แต่ผลสุดท้าย สำหรับคนที่ทำของ หรือ คุณไสย ต่างๆ จบไม่สวยซักราย เพราะฉะนั้นแล้ว ก่อนที่จะทำอะไร ควรที่จะต้องคิดให้ดีก่อนที่จะทำสิ่งๆนั้นลงไปนะครับ

***  แล้วถ้าใครชอบอ่านเรื่องผีๆแบบนี้สามารถเข้าไปอ่านเรื่องอื่นๆได้ที่ Page : รวมเรื่องน่ากลัว The Shock ได้เลยครับ มีมากกว่า 100 เรื่อง แล้วก็มีเรื่องใหม่ๆทั้งจาก The Shock และ The Ghost แอดมินจะพิมพ์ให้อ่านเกือบทุกวัน

Loading...
Loading...
Facebook Comments

LEAVE A REPLY