หมู่บ้านร้างชายแดน – คุณนุ๊ก

10205

หมู่บ้านร้างชายแดน – คุณนุ๊ก

Loading...

เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนที่ไปลาดตระเวณเพื่อใช้ในการคัดทหารเมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา ในอำเภอนึงที่อยู่ในจังหวัด 3 ชายแดนใต้ ตอนนั้นช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ทางภาคใต้ก็จะมีการคัดทหารกัน ทางหน่วยก็จะต้องส่งชุดทหารไปตามหมู่บ้านเพื่อที่จะเกณฑ์ทหารมาจับใบดำใบแดง แล้วคุณนุ๊กก็ได้รับคำสั่งมาให้พาทหารชุดนี้ออกไปตรวจพื้นที่ โดยพื้นที่นี้จะตัดลงมาจากเขาบูโดลงมาทางอำเภอรามันเส้นทางนี้จะมีแต่ป่าทั้งนั้นเลย ไม่ค่อยมีบ้านคนเท่าไร ในการลาดตระเวณเมื่อ 1 ปีที่แล้ว จะใช้รถที่หุ้มเกราะ

พอผ่านอำเภอรามัน ตอนนั้นเวลาประมาณบ่าย 3 คุณนุ๊กก็ลงไปคุยกับชาวบ้าน ชาวบ้านก็ให้ความร่วมมือ คุณนุ๊กก็ตรวจสอบว่ามีชายที่อายุเท่านี้ๆกี่คน มี สด.๙ กี่คน แล้วคุณนุ๊กก็นำเรื่องกลับไปส่งที่หน่วย และก็ได้รับมอบหมายกลับมาว่าให้ไปจัดตั้งสถานที่ เพราะว่าอำเภอนี้เป็นอำเภอค่อนข้างเสี่ยง ก็ต้องรีบไปที่นี่ก่อน พวกคุณนุ๊กก็ไปกันเย็นนั้นเลย พอลงจากเขาบูโดฝนก็เกิดตกลงมา ทำให้การจราจรก็มองไม่ค่อยชัด รอบๆข้างก็เป็นป่า ก็ต้องไปจอดหลบอยู่ข้างทางก่อน ซักพักก็มีคนขับรถพ่วงข้างผ่านมา ถามว่า อ้าว พี่ทหารมาทำอะไรกัน คุณนุ๊กก็บอกไปว่า เดี๋ยวจะมาคัดทหารหน่อยครับ เขาก็เลยบอกว่า ถ้าเกิดจะหลบฝนเข้าไปในหมู่บ้านก็ได้ ในซอยนี้มีหมู่บ้านอยู่หมู่บ้านนึง เข้าไปพักหลบฝนได้ คุณนุ๊กก็หันมาถามลูกน้องว่าจะเข้าไปพักหรือเปล่า แล้วพอฝนหยุด มันมืดหน่อยก็ไม่เป็นไร มากันเยอะก็ไม่น่าจะมีอะไรหรอก พอตกลงกันว่าจะเข้าไป คนขับรถก็ขับเข้าไปในหมู่บ้าน เข้าไปได้ประมาณ 600 เมตร ก็มีแยกที่เป็นทางดินแดง ซึ่งไม่สามารถรู้ได้เลยว่า เป็นรอยใหม่หรือเก่า จากที่คนขับรถพ่วงข้างบอกว่า พอพี่เข้าไปจะเจอหมู่บ้านเลย ตอนนั้นคุณนุ๊กก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปทางไหน พลขับก็เลยขับรถตรงไปเลย และฝนก็เริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ

พอเข้าไป ก็จะเห็นหมู่บ้านนึงอยู่ขวามือ อีกหมู่บ้านนึงอยู่ซ๊ายมือที่เป็นหมู่บ้านที่เลี้ยงเกี่ยวกับวัวชน คุณนุ๊กก็คิดว่า ถ้าเข้าไปหลบในหมู่บ้านนี้ วัวมันจะตื่นหรือเปล่า เดี๋ยวจะมีปัญหากับชาวบ้านหรือเปล่า ก็เลยตัดสินใจเลี้ยวเข้าหมู่บ้านฝั่งขวาแล้วก็ไปจอดรถตรงศาลาของสุเหร่า พอจอดรถได้คุณนุ๊กก็วิ่งเข้าไปหลบฝนตรงชายหลังคาของสุเหร่า แล้วคนที่เขาละหมาดอยู่ เขาก็เดินออกมา เขาก็บอกว่า คุณใส่รองเท้าเข้ามาได้ยังไง มันสกปรก คุณนุ๊กก็บอกกับเขาไปว่า ผมขอมาหลบฝนหน่อยครับ มันเปียก ผมเลยรีบวิ่งกันขึ้นมา ผมต้องขออภัยด้วยครับ เดี๋ยวจะให้ทหารถูให้ แต่เขาบอกกลับมาเหมือนไม่ค่อยพอใจว่า ไม่ต้อง พอฝนหยุดก็เดินมาที่รถ ตอนนั้นก็เวลาประมาณ 6 โมงเย็น ก็มีคนแก่เดินมาส่ง เขาก็ถามว่า แล้วจะไปไหนกันต่อ คุณนุ๊กก็บอกไปว่า เดี๋ยวจะไปอำเภอรามันหน่อยครับ ว่าจะไปคัดทหารที่อำเภอนี้ เขาก็บอกว่า อ๋อ งั้นไปอีกทางเลยก็ได้ พอพี่ทหารออกมาเห็น 4 แยกใช่มั๊ย ก็เลี๊ยวซ๊ายแล้วตรงไปเลยครับ ทางจะไม่ค่อยดีหน่อย แต่ทางมันจะใกล้กว่า ตรงอย่างเดียวไม่ต้องเลี้ยวไหนเลย พอคุณนุ๊กก็ยินแบบนั้นกว่าจะไปตั้งแคมป์ กว่าจะตั้งโต๊ะ ก็จะดึก พอเช้ามืดนายก็มาละ เลยตัดสินใจเลี้ยวไปทางนั้นเลย

พอเลี้ยวซ๊าย ก็ขับตรงไปอีกชั่วโมงนึง แต่ก็ยังไม่เห็นทางออกเลย ซ๊ายขวาก็เป็นป่า พอขับต่ออีกซัก 10 กิโลก็เริ่มแปลกใจว่า ทำไมมันไม่สุดซักที คุณนุ๊กก็ถามพี่คนนึงว่าจะเอายังไงดี พี่เขาก็บอกว่า เดี๋ยวโทรกลับไปที่ที่หน่วยและบอกว่า ตอนนี้อยู่ตรงพิกัดนี้ๆ ทางหน่วยก็บอกว่า ตรงนั้นไม่ใช่เส้นทางหลวง แต่ก็คิดว่าน่าจะต้องขับตรงไป คุณนุ๊กก็คิดว่า สงสัยจะยังไม่ถึงมั๊ง พี่คนนั้นเขาก็บอกให้ตรงไปอย่างเดียวเลย ก็เลยขับตรงกันไปต่อ พอราวๆซัก 2 ทุ่ม เริ่มจะไม่ดีละ ก็ยังไม่เห็นทางออก พอซัก 2 ทุ่มครึ่งก็เลยจอดรถและเรียกพลทหารลงมาทั้งหมด ถามว่า เป็นแบบนี้เราจะทำกันยังไง เราจะย้อนกลับดีมั๊ย ยอมเสียเวลาอีกชั่วโมงกว่า เพราะถ้าเราตรงไปเราก็ไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน แล้วถ้าเผื่อมีผู้ก่อความไม่สงบเราก็จะหนีลำบาก ก็เลยตัดสินใจกลับลำกลับทางเดิม จนมาถึง 4 แยกเดิมตอนเวลาประมาณ 3 ทุ่ม คุณนุ๊กก็เลยบอกว่า เอางี้ เดี๋ยวเราเลี้ยวขวาไปทางหมู่บ้านเดิมที่เข้าไปหลบฝน แล้วก็ตรงออกถนนใหญ่ไปเลย พลขับก็เลี้ยวขวาตามที่คุณนุ๊กบอก แต่ว่า พอเลี้ยวขวาจากครั้งแรกที่เข้ามา ทางด้านซ๊ายมือก็จะเป็นหมู่บ้านที่เลี้ยววัว พอไปถึงมืดตึบ แทบจะไม่มีบ้านไหนเปิดไฟเลย คุณนุ๊กก็ถามว่า มันใช่หมู่บ้านนี้มั๊ยเนี่ย พลทหารก็บอกว่า ใช่ครับ นี่ 4 แยกสุดท้ายแล้วครับ คุณนุ๊กก็บอกต่อว่า เพื่อความชัวร์ เลี้ยวเข้าหมู่บ้านที่หลบฝนเลย จนถึงหมู่บ้านนี้ ก็ลงจากรถ หยิบวิทยุขึ้นมา และพื้นที่ตรงนี้จะเป็นพื้นที่ที่อับสัญญาณ แต่ยังพอใช้ได้ ก็เลยรายงานหน่วยให้เขามาพาเราออก คุณนุ๊กก็คิดว่า เดี๋ยวเขาคงจับสัญญาณเราได้ เราไม่ต้องไปไหนละ รออยู่ตรงนี้ดีกว่า

แต่ว่าตอนนี้มันเงียบมาก คุณนุ๊กก็พาทหารเดินเข้าไปในหมู่บ้านว่ามีคนหรือเปล่า และหางตาก็เห็นว่ามีบ้านหลังนึงมีคนอยู่ คุณนุ๊กก็บอกว่าบ้านหลังนี้มีทีวีเปิดอยู่ และก็พากันเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็เห็นเป็นบ้านทาวเฮ้าท์หลังเดียว ก็เคาะบ้าน แล้วก็มีเสียงตะโกนมาจากในบ้านว่า มีอะไร คุณนุ๊กก็เลยบอกว่า ขออนุญาติสอบถามทางหน่อยครับ พอดีหลงมา แล้วเสียงก็เงียบ ก็คิดว่าเขาคงไม่อยากจะช่วยเหลือหละมั๊ง คุณนุ๊กก็ถอยออกมาแล้วก็เดินไปอีกบ้านนึง ก็เจอเด็กน้อยนั่งเล่นกันอยู่ คุณนุ๊กก็ถาม น้องๆบ้านอยู่ตรงไหน เขาก็ชี้ไปที่บ้านหลังนึง เป็นบ้าน 2 ชั้น ใหญ่ๆ พวกคุณนุ๊กก็เดินกันไป แล้วพลทหารก็พูดขึ้นมาว่า มันยังไงๆนะ ผมว่ามันแปลกๆ พอไปถึงบ้านนั้นก็เจอลุงคนนึงเดินลงมากับป้า พอคุยกัน ลุงก็บอกว่า น้องขับออกไป พอเจอ 4 แยกก็เลี้ยวซ๊าย คุณนุ๊กก็เลยบอกไปว่า พี่ถ้าเลี้ยวซ๊ายก็เป็นทางที่ผมเพิ่งเลี้ยวออกมา เขาก็บอกว่า เลี้ยวซ๊ายไปเหอะ แล้วรีบไป รีบออกไปเลย คุณนุ๊กก็เอะใจ ถ้าเลี้ยวซ๊ายก็จะเป็นทางที่ไปหลงหนิ ยังไงก็ต้องตรงไป หรือไม่ก็ต้องเลี้ยวซ๊าย แล้วพวกคุณนุ๊กก็เดินกลับมาที่รถ ก็เจอพลขับ คุณนุ๊กก็บอกว่าท่าทางจะไม่ได้เรื่องละ เขาบอกว่า ให้เลี้ยวซ๊ายไป  พลขับก็เลยบอกว่า ถ้าเลี้ยวซ๊ายไปแล้วมันหลง เราตรงไปดีกว่า

สุดท้ายก็ขึ้นรถแล้วก็เจอ 4 แยก ก็ขับตรงไป เวลาตอนนั้นก็ประมาณ 4 ทุ่ม พอขับออกมาได้ประมาณซัก 20 นาที ก็ยังไม่เจอแยกตรงถนนใหญ่ที่เลี้ยวเข้ามาตอนที่ติดฝน พลขับก็บอกว่า ตอนที่เลี้ยวเข้ามาจากถนนใหญ่ ผมขับมานิดเดียวเองแต่นี่ 20 นาทีแล้วก็ยังไม่ถึง แล้วก็วนกลับ คราวนี้ก็มาเจอ 4 แยก ก็เหลืออีกทางเดียวก็คือเลี้ยวขวา พอตรงไปก็เจอถนน ก็คิดว่าน่าจะถูกทางละ ก็เจอถนนใหญ่ ก็ขับเลาะๆกันไป ขับไปได้ซัก 20 กิโล พลขับก็แวะข้างทางและจอดรถแล้วก็บอกกับคุณนุ๊กว่า หมวด ทางเนี๊ย เดี๋ยวหมวดลองมองไปข้างหน้าผมนะ แล้วมองซ๊ายมือ เห็นมั๊ยว่ามันเป็นทางที่เราออกมา คุณนุ๊กก็ถามว่ามันใช่หรอ พลขับก็ยืนยันว่า ใช่ครับ เนี่ยดูดีๆเลยครับ คุณนุ๊กก็มองดีๆก็คิดว่า เออ ก็น่าจะใช้ คุณนุ๊กก็บอกว่า งั้นลอง่ขับตรงไปหน่อยดีกว่า ทีนี้มีมอเตอร์ไซด์สวนมาก็ให้พลขับกระพริบไฟใส่ มอไซด์ก็จอด คุณนุ๊กเลยถามว่า จะออกไปอำเภอรามัน แถวๆทุ่งยางแดง ต้องไปทางไหนครับ เขาก็หันมาและบอกว่า หลงทางใช่มั๊ย คุณนุ๊กก็บอกว่าใช่ครับ ฝนมันตกมันมืด แล้วผมเข้าไปหลบฝนในหมู่บ้านแล้วพอออกมาก็หาทางออกกันไม่เจอ เขาก็บอกว่าตรงไปเลยครับ ไม่ต้องเลี้ยวไหน เดี๋ยวก็จะถึงทุ่งยางแดงเลย คุณนุ๊กก็เลยถามต่ออีกว่า ถ้าถึงทุ่งยางแดง ผมก็ต้องผ่านรามันก่อน เขาก็บอกว่าใช่

พลขับก็ขับตรงไป ก็จะเป็นสะพานข้ามแม่น้ำ พอข้ามไปได้ก็เจอหมู่บ้าน 4-5 หมู่บ้านติดๆกัน เปิดไฟสว่างโล่งเลย พอเจอหมู่บ้านก็โล่งใจละ ก็เจอป้าย อ.รามัน อีก 3 กิโลถึงทุ่งยางแดง ก็ขับตรงไปเลย พอเข้าเขตทุ่งยางแดง ราวๆประมาณ 5ทุ่มครึ่งก็เข้าไปจอดตรงที่ว่าการอำเภอ ก็ไม่มีคนทำงานกันแล้ว เหลือแค่ รปภ. กับ อาสา คุณนุ๊กก็ไปบอกอาสาว่า พี่ ผมไปหลงอยู่หมู่บ้านนั้นอ่ะ อาสาก็บอกว่า เห้ย เข้าไปได้ยังไง แล้วใครเป็นคนพาเข้าไป คุณนุ๊กก็ถามว่า อ้าว แล้วมันมีอะไร พอดีผมจอดข้างทาง แล้วมีคนแนะนำให้ไปหลบฝนที่หมู่บ้านนั้น อาสาก็บอกว่าผมอ่ะเป็นคนรามัน ผมอยู่ที่นี่มานาน หมู่บ้านนั้นอ่ะร้างไปได้ประมาณ 40 ปีแล้ว อาสาก็บอกอีกว่าไม่เชื่อใครมั๊ย คุณนุ๊กก็ตอบไปว่าครับ เพราะผมยังไปเจอมาอยู่แล้ว และก็ถามกลับไปว่า มันใช่หมู่บ้านเดียวกันมั๊ย อาสาก็ถามว่า แล้วออกมายังไง มีคนบอกทางคุณมั๊ย คุณนุ๊กก็ตอบไปว่า มีครับ เขาชี้ให้ผมตรงออกจากหมู่บ้านแล้วเลี้ยวซ๊าย อาสาบอกว่าถ้าคุณตรงไปอีก มันสุดหน้าผาแล้ว ทางที่เขาชี้ไปคือเป็นทางตันที่หน้าผา พลขับก็เลยโวยขึ้นมาว่า แบบนี้มันหลอกเราให้เราไปตายนี่หว่า ผมคิดว่ามันเป็นคน ก็เลย ว.แจ้งไปที่ สภ. ทุ่งยางแดง ขอกำลังเจ้าหน้าที่ แต่ไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงเขาก็ไม่อยากมา เขาก็ส่งสายตรวจมา 4 คน พวกคุณนุ๊กก็ย้อนกลับไปที่หมู่บ้านนั้น แล้วก็ทิ้งทหารไว้ที่อำเภอบางส่วนเก็บกวาดอยู่ที่นั่น พอมาถึงที่หมู่บ้านเวลาประมาณ ตี 1 ครึ่ง ใช้สปอร์ตไลท์ฉายส่องเข้าไป จากทางที่เป็นดินแดงกลับเป็นหญ้าขึ้นรถมาปกคลุมเส้นทางหมดแล้ว พอยิ่งขับเข้าไปอีก ก็ยิ่งลึกๆ ป่าก็ขึ้นสูง ไม่น่าที่รถจะเข้าไปได้  คุณนุ๊กก็เลยบอกว่า มันน่าจะผิดทางไม่น่าใช่ตรงนี้ พลขับก็บอกว่า ใช่ครับ ลองดูพิกัดในส่งไปในวิทยุที่หน่วย มันก็ใช่ตรงนี้ พอเจอแบบนี้ก็กลับไปตั้งหลักที่อำเภอ

พอเช้ามา หลังจากที่คัดทหารเสร็จ ขากลับพวกคุณนุ๊กก็ต้องผ่านเดิม พอซักประมาณบ่าย 2 จนมาถึงราวๆ 4 โมงเย็น คุณนุ๊กก็คิดว่าถึงแล้ว ก็ถามพลทหารคนอื่นๆว่าใช่มั๊ย ทุกคนบอกว่า ใช่ ก็เลยเลี้่่ยวกันเข้าไป ก็เป็นทางดินแดงปกติ คุณนุ๊กก็คิดว่า เมื่อคืนที่มามันใช่ที่นี่หรอวะ ทำไมมันไม่เหมือนกัน พอเข้าไปเสร็จ คุณนุ๊กก็บอกกับผู้พันว่า ผมเจอหมู่บ้านหมู่บ้านนึง ซึ่งไม่ได้อยู่ในพิกัด GPS ผู้พันก็ถามว่าจริงหรอ ยังมีหมู่บ้านที่เรายังไม่ได้ตรวจสอบอีกหรอ คุณนุ๊กก็บอกว่าใช่ครับ ผู้พันก็ให้จดชื่อ ผู้ชายที่อายุถึงเกณฑ์ไปให้อำเภอเรียกไปรับหมาย เพื่อที่จะมาเป็นพลทหาร คุณนุ๊กก็เอาโต๊ะไปตั้งอยู่ในหมู่บ้านนั้นและติดป้ายกองทัพบกไว้ข้างหน้า และก็เขียนว่าคัดเลือกทหารกองประจำการประจำปี 2559 ตั้งโต๊ะเสร็จ ทหารบางส่วนก็กางเต๊นท์นอน และใช้ทหารเข้าเวรอยู่ 6 คน แล้วคุณนุ๊กก็นั่งคุยกับพลทหารคนอื่นๆบอกว่า ทำไมเมื่อคืนเราเข้ามาไม่มีอะไร แต่วันนี้เราเข้ามาอยู่ในนี้ คุณนุ๊กก็เห็นว่ามีคนเดินอยู่

พอราวๆซัก 3 ทุ่ม คุณนุ๊กก็เข้าไปนอน ก็เหลือแค่ทหารที่เข้าเวร พอซักประมาณตี 1 คุณนุ๊กก็ได้ยินเสียงพลทหารคุยกันดังมาก คุณนุ๊กก็เลยรูดซิปเต๊นท์ไปดูก็เห็นทหารหลับอยู่ แล้วใครหละที่คุยกัน คุณนุ๊กก็เลยเดินออกไป ปลุกทหารและถามทหารว่า เห้ย มึงคุยไรกัน พลทหารก็บอกว่า ไม่มีนะครับ พวกผมก็สลับกันนอน คุณนุ๊กก็บอกว่าได้ยินเสียงคุยเสียงดังโวยวาย ซักพักพลขับก็เดินตามออกมา เขาก็บอกว่า เขาได้ยินมานานละ แต่บรรยากาศตอนตี 1 มันต่างจากตอน 3 ทุ่มที่เข้าไปนอนมาก อากาศเย็นขึ้นมาก คุณนุ๊กก็เดินไปตรงหน้าสุเหร่า ก็เห็นเป็นหมู่บ้านปกติ แต่ไม่มีไฟ มืดตึบเลย คุณนุ๊กก็เลยไปเปิดไฟไซเรนท์เสียงหว๋อ ดังสนั่นหมู่บ้านเลย แต่ว่าไม่มีคนออกมาดูเลยซักคน ซึ่งมันไม่ใช่แล้ว คุณนุ๊กก็เลยปลุกทหารทั้งหมดออกมาพอรวมกัน พลทหารก็บอกว่า แจ็คไม่อยู่ คุณนุ๊กก็ถามว่า แจ็คมันหายไปไหน พลทหารก็ตอบว่า แจ็คออกไปที่รถตั้งแต่ 5 ทุ่มแล้วครับ ยังไม่กลับมาเลย คุณนุ๊กก็เดินไปดูที่รถก็ไม่มี เห็นอีกทีก็เห็นว่าไปนอนอยู่หน้าสุเหร่าแล้ว คุณนุ๊กก็เข้าไปปลุก แจ็คก็ตื่นขึ้นมาปกติ คุณนุ๊กก็ถามว่า มึงไปทำอะไรตรงนั้น แจ็คก็ตอบมาว่า เขานอนอยู่ดีๆ ไม่ได้ลุกไปไหนนะ แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงไปนอนที่หน้าสุเหร่าได้ คุณนุ๊กก็เลยบอกว่า อย่าาหลับเวร แล้วก็แยกย้ายกันไปนอน

คุณนุ๊กก็ไปนั่งคุยกับพลขับ พลขับก็บอกว่า งั้นเราลองเดินเข้าไปดูกันมั๊ย คุณนุ๊กก็บอกว่าไปสิ ผมก็อยากรู้เหมือนกัน มันมีอะไรหรือเปล่า หมู่บ้านนี้ พอเดินเข้าไปก็ไปเจอชาย 4 คนนั่งกินน้ำชากันอยู่ คุณนุ๊กก็ไปคุยกับเขา เขาก็บอกว่า มาทำอะไรเนี่ย ดึกๆดื่นๆ ทำไมไม่ไปนอน รู้มั๊ยว่า กลางคืนที่เนี่ยเขาไม่ออกมาเดินเล่นกันหรอก เดี๋ยวก็ตายหรอก คุณนุ๊กก็ตอบครับๆ แล้วก็เดินออกมา พอเดินออกมาก็เจอผู้หญิงนั่งอยู่หน้าบ้าน ผู้หญิงก็ชี้เหมือนให้เข้าไปดูอะไรในบ้าน คุณนุ๊กก็เดินไปหน้าบ้านและเขาก็เปิดประตูให้ พอหมุนลูกบิดดันประตูเข้าไป ก็มีคนที่แขวนคอตกลงมาอยู่ข้างหน้า เป็นศพเลย พอเห็นแบบนี้ก็กระโดดกันออกมา แล้วก็ส่งสัญญาณให้ทหารวิ่งมารวมกัน แล้วก็ฉายไปฉายเข้าไป แล้วพลขับก็พูดกับคุณนุ๊กว่า หมวด ผู้หญิงคนที่นั่งหน้าบ้านกับศพ ผมจำได้ว่าเป็นคนเดียวกัน พอเจอศพทีนี้เรื่องใหญ่ละ ก็กลับไปที่แคมป์ ให้ทหารเฝ้าศพไว้ก่อน คุณนุ๊กก็เลยบอกว่าเดินไปหากลุ่มผู้ชายนั้นก่อนดีกว่าหวะ ไปกัน 4 คน แต่คราวนี้ไม่เจอใคร โต๊ะที่เขานั่งอยู่ฝุ่นก็ขึ้นเต็มไปหมดเลยก็หาคำตอบไม่ได้ว่าคืออะไร

คราวนี้ก็เลยไปที่บ้านหลังที่เมื่อวานเห็นว่ามีแสงไฟกระพริบๆอยู่  ประตูบ้านนั้นล็อคอยู่ คุณนุ๊กก็ใช้ปืนยิงกุญแจ และก็ตั้งใจทำให้มันเสียงดัง เพื่อที่จะให้คนอื่นๆออกมา พอยิงประตู ประตูก็เปิด พลทหารก็เข้าไปก่อน แล้วพลทหารก็บอกว่า หมวดมาดูนี่ดิ แสงไฟที่คุณนุ๊กก็คือไฟที่มันช็อต มันไม่ถึงกับติด แต่ว่ามันกระพริบ ไหนเขาบอกว่าร้างมา 40 ปี ทำไมไฟยังไม่ตัด แล้วก็เดินขึ้นไปบนชั้น 2 ก็เห็นน้ำอยู่ที่พื้น คุณนุ๊กก็ใช้ไฟฉายส่องไปที่เท้าที่เหยียบน้ำอยู่ ดูดีๆมันเป็นกองเลือดกองใหญ่มากแล้วก็มีรอยลากพอเดินตามไปก็เจอศพนอนอยู่ในห้องน้ำ

ทีนี้ก็เห็นว่ามันไม่ดีละ ก็เลยไปตรวจอีกบ้านนึง คุณนุ๊กก็ได้ยินเสียงคนเดินอยู่ข้างบน คุณนุ๊กก็พูดขึ้นว่า ถ้ามีคนอยู่ออกมาครับ เพราะว่าเจ้าหน้าที่จะขึ้นไปแล้ว แต่ก็เงียบไม่มีคนออกมา คุณนุ๊กก็ใช้ตีนถีบเข้าไป พอเข้าไปในบ้าน ในบ้านก็มีแต่หยักใย่ เดินขึ้นไปชั้น 2 ก็ไม่เจออะไร แต่เอะใจอยู่ตรงที่ว่า เขาเป็นอิสลาม ทำไมถึงมีพระพุทธรูปตั้งอยู่ ก็เดินลงกันมา แล้วก็เดินไปที่สุเหร่าที่คุณนุ๊กลงไปเหยียบแล้วก็มีคนมาว่า พอเปิดเข้าไปในสุเหร่า ข้างในดูเละเทะไปหมด แล้วก็มีผู้ชายเดินสวนออกมา พวกคุณนุ๊กก็เดินถอยหลังออกมาและพูดขึ้นว่า ลุงหยุดอยู่ตรงนั้นแหละ ลุงเป็นใคร เขาก็บอกว่า เขาเฝ้าอยู่ที่นี่นานแล้ว แล้วพวกมึงอ่ะมาทำอะไรกันที่นี่ พลขับก็บอกกับคุณนุ๊กว่า หมวด คนนี้แหละ ที่บอกให้เราเข้ามาในหมู่บ้านคุณนุ๊กก็บอกว่า ลุงใช่มั๊ย ที่ให้พวกผมเข้ามา ลุงก็พูดกลับมาว่า จำกูได้ด้วยหรอ คุณนุ๊กก็บอกจำได้ ก็ลุงให้พวกผมเข้ามา แล้วลุงอยู่ได้ยังไง มันร้างมันเก่าขนาดนี้ แล้วลุงให้พวกผมเข้ามา ลุงก็ตอบมาว่า ลุงก็ให้เข้ามาทุกคนนั่นแหละใครที่ผ่านมา คุณนุ๊กก็ถามต่อว่า แล้วลุงอยู่ยังไง ลุงก็ชี้ไปข้างหลัง พอเดินไปข้างหลังก็เป็นกุโบร์ หรือที่ฝังศพของอิสลาม ก็คือเขาตายไปแล้ว พอเดินกลับออกมา เขาก็ไม่ได้หายไป เขาก็ยืนสนทนากับคุณนุ๊กปกติ คุณนุ๊กก็เลยบอกว่า งั้นผมขอตัวก่อน ลุงก็พูดขึ้นมาว่า ถ้าออกได้ก็ออกไป

ก็ขึ้นรถแล้วก็เหยียบออกมาเลย คุณนุ๊กก็เห็นลุงคนนี้ยืนรออยู่กลาง 4 แยก พลขับก็เลยเบรค คุณนุ๊กก็ลงไปและถามว่า ลุงจะเอาอะไรกับผมอีก ผมจะกลับ ลุงก็บอกว่า คุณออกได้คุณก็ออกไป คุณนุ๊กก็ขึ้นรถและก็บอกว่าให้เหยียบไปเลย พอขับผ่านกลาง 4 แยกขึ้นมา พอเจอแสงไฟบนถนนเลี้ยวผ่านมาซัก 2 กิโล ก็จอดคุยกันว่าสิ่งที่เราไปเจอมามันคืออะไร พลทหารคนนึงก็เลยบอกว่า หมวด ผมอ่ะเจอตั้งแต่ตอนเข้าไปแล้ว ผมรู้อยู่แล้วว่าตรงนี้เป็นพื้นที่ร้าง แล้วพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่พอเวลาเค้าฆ่ากันก็จะเอามาทิ้งตรงนี้ หรือหมู่บ้านนี้ในสมัยก่อน แม่เล่าให้ผมฟัง เป็นหมู่บ้านไทยพุทธทั้งหมู่บ้านเลย แล้วก็ถูกคุกคามจากผู้ไม่หวังดี เข้าไปฆ่าหมดเลย แล้วพอกลับมาแจ้งให้ทางผู้พันทราบ ก็กลับไปที่หมู่บ้านแห่งนั้นอีกครั้งและก็มีโครงกระดูกอยู่ทุกบ้านเลย   เรื่องราวก็มีทั้งหมดประมาณนี้

Loading...
Loading...
Facebook Comments

LEAVE A REPLY